ตัวอย่างภัยจากธรรมชาติที่ประกันประเภทหนึ่งให้ความคุ้มครอง อุบัติเหตุต้นไม้ที่ปลูกบนทางเท้าของถนนล้มลงมาทับรถยนต์ที่จอดริมถนนเฉยๆ มิได้มีการชนหรือพลิกคว่ำแต่อย่างใด จนได้รับความเสียหายจำนวน 5 คัน โดยรถยนต์ 2 คัน เป็นรถยนต์ที่ได้ทำประกันภัยไวักับบริษัทประกันภัย ส่วนอีก 3 คัน มีแต่ประกันภัย พ.ร.บ. บุคคลที่ 3 เท่านั้น
ดังนี้มาพิจารณาว่า- รถยนต์ที่ทำประกันภัยไว้ 2 คันแรกนั้น บริษัทประกันภัยจะชดใช้หรือไม่
- ในส่วนรถยนต์อีก 3 คัน เจ้าของรถจะให้ทางก.ท.ม. รับผิดชอบได้หรือไม่

รถยนต์สองคันที่ทำประกันภัยไว้ ถ้าเป็นการประกันภัยประเภทหนึ่ง ในหมวดของการคุ้มครอง ความเสียหายต่อรถยนต์ กรมธรรม์ได้จำแนกออกเป็น 3 ภัย คือ ภัยที่เกิดจากการชนหรือคว่ำ (กช) ภัยจราจล (จจ) และภัยอื่น ซึ่งคำว่า "ภัยอื่น" หมายความถึง ภัยที่เกิดความเสียหายต่อรถยนต์อันมิใช่เกิดจากการชนหรือคว่ำและภัยจราจล เช่น ภัยที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำท่วมหรือลมพายุ เป็นต้น
ความเสียหายที่เกิดจากต้นไม้ล้มทับเข้าลักษณะภัยอื่น ไม่ว่าจะเกิดจากลมพายุหรือไม่ก็ตาม ซึ่งภัยจากการชนหรือคว่ำ และภัยอื่นเป็นภัยที่กรมธรรม์ประเภทหนึ่งให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึง
ในส่วนของภัยจลาจลนั้นบางกรมธรรม์ไม่ได้ให้ความคุ้มครอง ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้เอาประกันภัยไม่ซื้อ หรือเพราะบริษัทไม่ขายก็ได้
ดังนั้นกรณีรถยนต์ 2 คันได้รับความเสียหายจากต้นไม้ล้มทับ ถ้าผู้เอาประกันภัยซื้อความคุ้มครองจากการประกันภัยประเภทหนึ่งไว้ บริษัทประกันภัยก็จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้
ส่วนรถยนต์คันที่ไม่ได้ทำประกันภัยไว้ ถ้าต้นไม้มีสภาพดีแต่ล้มเพราะเกิดลมพายุ ทาง ก.ท.ม.ก็ไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าต้นไม้กำลังยืนต้นตาย ถือว่า ก.ท.ม. จะต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 434 ดังตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 636/2485 ต้นนุ่นชำรุดรากโคนไม่ดีจนลำต้นเอนมาทางเรือนของโจทก์ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทราบ แต่จำเลยไม่จัดการป้องกัน เมื่อต้นนุ่นล้มทับเรือนของโจทก์เสียหาย จำเลยต้องรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 434 โดยไม่คำนึงว่าจะเกิดจากลมพายุหรือไม่ก็ตาม