ต้นไม้เหล่านี้จะคายก๊าซออกซิเจนและดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เวลากลางคืน จึงเหมาะที่จะนำมาตั้งไว้ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น
- ลิ้นมังกร (Sansevieria Trifasciata)
ต้นลิ้นมังกรเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดี มีปลูกกันทั่วไป สมัยก่อนคนจีนจะนิยมนำมาปักหรือปลูกในแจกัน เพราะอยู่ในที่ร่มในบ้านได้ดี อาจปลูกในแจกันโดยไม่ต้องใช้ดินก็ได้ ไม่มีโรคพืชหรือแมลงรบกวน ปลูกง่ายและทนทาน ดังนั้น ผู้ที่เริ่มต้นปลูกไม้ประดับในอาคารควรเริ่มจากลิ้นมังกรก่อน ปัจจุบันนี้ต้นลิ้นมังกรเป็นที่นิยมปลูกกันมากในต่างประเทศ ถ้าใครชอบดูหนังฝรั่งจะเห็นต้นลิ้นมังกรในหนังฝรั่งแทบทุกเรื่อง
ลิ้นมังกรมีประมาณ 70 ชนิด แต่ลิ้นมังกรขอบใบเหลือง Sansevieria Trifasciata เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีสีสดใสและมีขอบใบเหลือง ทำให้ดูสวยงามกว่าพันธุ์อื่น
ต้นลิ้นมังกรมีลักษณะเป็นกาบ ใบแข็งเหมือนลิ้นงูหรือลิ้นมังกร ต้นสูงประมาณ 2-4 ฟุต ใบกว้างประมาณ 2 นิ้ว ถ้าปลูกได้สมบูรณ์จะมีดอกเป็นช่อ ดอกเล็ก ๆ สีขาอมเขียว ดอกหอมอ่อน ๆ และเป็นยาวเหนียว ๆ คล้ายน้ำผึ้ง การปลูกควรใช้ดินร่วนซุย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย ควรเปลี่ยนดินปีละครั้ง ถ้าปลูกในน้ำสามารถอยู่และเติบโตได้หลายปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนกระถาง
เนื่องจากลิ้นมังกรจะคายก๊าซออกซิเจนและดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เวลากลางคืน จึงเหมากะสมหากจะนำมาตั้งไว้ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น
- กล้วยไม้ (Orchid)
ทั่วโลกรู้จักกล้วยไม้เป็นอย่างดี และรู้จักเมืองไทยในฐานะที่เป็นประเทศส่งออกกล้วยไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ทั้งนี้เพราะอาจารย์ระพี สาคริก ซึ่งถือเป็นบรมครูของกล้วยไม้ชาวไทยและของโลก ได้ศึกษาค้นคว้าวิจัย และส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกล้วยไม้จนโด่งดังมาทุกวันนี้
กล้วยไม้ทุกตระกูลจะคายก๊าซออกซิเจนและดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นหวายหรือฟาเลนออพซิส กล้วยไม้หวายสามารถดูดไอระเหย สารเคมีพวกแอลกอฮอล์ อซีโทน ฟอร์มัลดีไฮด์ และคลอโรฟอร์มจากอากาศได้ดีเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ กล้วยไม้ยังมีดอกที่สวยงามและบานอยู่ได้นานเป็นเดือน ดังนั้น การปลูกกล้วยไม้จะให้คุณค่าหลายอย่าง ตั้งแต่สร้างก๊าซออกซิเจน ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดูดสารพิษในอากาศ และมีดอกที่สวยงามและทนทาน
- ว่านหางจระเข้
ประโยชน์ของต้นไม้ชนิดนี้คงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะค่ะ ตัวอย่างเช่น วุ้นที่ได้จากการปอกผิวออกสามารถรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รวมทั้งรักษาแผลไหม้เกรียมจากแสงแดดได้ และนอกจากนี้ในตอนกลางคืนว่านหางจระเข้จะดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปลดปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา
นอกจากนี้ยังมีพืชกลุ่มพิเศษ อันได้แก่ สัปะรด, พืชในทะเลทราย เนื่องจากนิเวศวิทย์ของพืชกลุ่มนี้จะประสบปัญหากับการขาดน้ำบ่อยๆ พืชจึงมีการปิดปากใบในเวลากลางวัน และเปิดปากใบในเวลากลางคืน เพื่อลดการศูนย์เสียน้ำออกไปกับการคายน้ำครับ และนอกจากนั้นจะมีการตรึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามาแล้วเปลี่ยนให้อยู่ในรูปกรดมาลิก และซิตริก โดยสะสมในเวคิลโอล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพืชกลุ่มนี้มีการแลกเปลี่ยนก๊าซในเวลากลางคืน โดยปลดปล่อยก๊าซที่ไม่ต้องการที่เก็บสะสมไว้ออกมา อาจจะเป็นได้ที่ก๊าซหนึ่งในนั้น มีก๊าซออกซิเจนออกมาด้วย
สรุป คือ กลุ่มพืช/ต้นไม้ที่มีการปิดปากใบในเวลากลางวัน และเปิดปากใบในเวลากลางคืน จะมีการปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมาและดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะไม่ใช่ไปซะทั้งหมดนะค่ะ เช่น กลุ่มกล้วยไม้่ สกุลร้องเท้านารี สกุลซิมบิเดียม สกุลว่านหัวครู เป็นต้น
-- ต้นไม้ลดมลพิษ
นอกจากจะมีความสวยงามและให้ความร่มรื่นแล้ว ต้นไม้บางชนิดยังมีความสามารถที่จะลดปริมาณสารพิษในอากาศ รวมทั้งยังสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างดีเลยทีเดียว โดยต้นไม้ที่สามารถลดปริมาณสารพิษในอากาศมาฝากเพื่อนๆ ด้วยนะค่ะ ได้แก่
1. สาวน้อยประแป้ง ต้นไม้ชนิดนี้นิยมปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคาร ใบมีขนาดใหญ่ ซึ่งจากการวิจัยพบว่าต้นไม้ชนิดนี้ สามารถช่วยฟอกอากาศแลพดูดสารพิษภายในอาคารได้ดีเลยทีเดียว แต่มีข้อควรระวังนะค่ะ คือ น้ำยางจากทุกส่วนของต้นไม้ชนิดนี้จะมีพิษ
2. เศรษฐีเรือนใน เป็นต้นไม้ต้นแรกที่องค์การนาซาใช้ในการทดลอง เมื่อปี พ.ศ. 2527 และพบว่ามีประสิทธิภาพสูงในการลดมลพิษในอากาศ หรือเราอาจรู้จักต้นไม้ชนิดนี้กันในชื่อ airplane plant
3. ราชพฤกษ์ นับว่าเป็นต้นไม้ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเปลือกและใบนำมาผสมและบด ใช้ทาแก้ผดผื่นคัน ดอกใช้แก้ไข้ แก้แผลเรื้อรัง เนื้อไม้มีลักษณะแข็ง นำมาทำเป็นเสาเรือน และมีความสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นอย่างดี
4. เยอบีร่า เป็นไม้ดอกที่มีขนาดเล็กมีความสวยงาม เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กระถางวางประดับในที่ต่างๆ มีอัตรากาคายน้ำสูง ทำให้มีประสิทธิภาพสูงในการลดมลพิษในอากาศ
5. พลูด่าง สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ต่างๆ เลี้ยงง่าย มีประสิทธิภาพในการลดมลพิษในอากาศได้ดีพอสมควร แต่มีข้อควรระวังนะครับ คือ น้ำยางจากทุกส่วนของต้นไม้ชนิดนี้จะมีพิษ ถ้าสัมผัสจะทะให้เกิดผื่นคันระคายเคือง
6. แคคตัส เป็นต้นไม้ที่มีรูปร่างหลากหลายรูปแบบ และมีผลการทดลองออกมาว่ามีความสามารถในการดูดซับรังสีที่ส่งผ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งสำคัญสำหรับเพื่อนๆ มากนะค่ะในปัจจุบัน เนื่องจากคอมพิวเตอร์เนี่ยได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วเนื่องใช้งานบ่อย ใช้ประจำ ใช้ทุกวัน (ดีจัง เด๋วจาเอามาไว้ข้างๆคอมฯ หลายๆต้นเลย)
