7 เคล็ดลับช่วยรักษาความทรงจำให้ยืนยาว
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 มีนาคม 2551 17:57 น.
ศูนย์วิจัยเนสท์เล่ สวิตเซอร์แลนด์ รายงานผลการศึกษาวิจัยของ ดร. สเตฟานี สติวเดนสกี้ แห่งโรงเรียนแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยพิสเบอร์ก และร่วมจัดงานประชุมวิชาการเรื่อง ?ความทรงจำที่ยืนยาว? ระบุว่า สมองมีพัฒนาการอย่างเต็มที่ในช่วงวัยรุ่น และสามารถต้านการเสื่อมของความจำลงได้
ดร. สติวเดนสกี้ เผยว่า ?วิธีการที่ทำให้สมองมีสุขภาพที่ดีในวัยชรามีหลายองค์ประกอบ อาทิ การออกกำลังกาย และมีสติอยู่ตลอด รวมทั้งการดำเนินชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี แต่สิ่งสำคัญก็คือ เซลล์สมองมีพัฒนาการมากในช่วงต้นของชีวิต โดยทุกคนจะมีส่วนของเนื้อเยื่อสมองหรือพื้นที่ความจำจำนวนมาก มีหลักฐานแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการสร้างเซลล์สมองขณะที่มีอายุน้อย มีส่วนป้องกันการเสื่อมลงของเซลล์สมองที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละวัน ดังนั้น แม้เมื่อเข้าสู่วัยชราสมองก็ยังทำงานต่อได้ กระบวนการสร้างสมองพบว่าเหมือนกับการสร้างกระดูก โดยเมื่อการสร้างกระดูกในขณะที่มีอายุน้อยนั้นมีความแข็งแรง ถ้าเกิดมีการสูญเสีย ก็จะทำให้สูญเสียกระดูกเพียงเล็กน้อยโดยไม่ถึงจุดที่ทำให้กระดูกหัก?
นอกจากนี้ ดร.สติวเดนสกี้ ยังให้เคล็ดลับในการรักษาสติปัญญาในวัยชราให้มีความเฉียบคมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประกอบด้วย
1. การกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยเลือกอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำแต่อุดมไปด้วยผักและผลไม้ รวมทั้งกลุ่มวิตามินบีที่เป็นประโยชน์ต่อสมอง ควรรับประทานปลาหลายๆ ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะ ปลาที่มีกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอนและปลาทูน่า
2. การออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การเต้นรำ การขี่จักรยาน การว่ายน้ำหรือการทำสวน ควรทำอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 3 ครั้ง/สัปดาห์ การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง ช่วยทำให้สมองมีสุขภาพและทำงานได้ดีอยู่ตลอดเวลา และยังมีผลช่วยในการสร้างเซลล์สมองใหม่ให้เจริญได้ดีด้วย
3. การไปพบแพทย์เป็นประจำและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะปัญหาด้านสุขภาพหลายๆปัญหา เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ซึมเศร้า และการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้สติปัญญาลดความเฉียบคมลง ดังนั้น การตรวจร่างกายเป็นประจำจึงมีส่วนที่จะช่วยทำให้รักษาสุขภาพให้ดีอยู่ตลอด
4. นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับที่น้อยกว่าวันละ 7-8 ชม. ทำให้ความจำและการมีสมาธิทำได้ยากขึ้น
5. ลดความเครียดลง ความเครียดมีผลทำให้สมาธิลดลง ลดการเรียนรู้และความจำลงด้วยเช่นกัน แถมยังทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งพบว่าการออกกำลังกาย การสวดมนต์ และการทำสมาธิช่วยลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดี
6. การคิด และการใช้สมอง ยิ่งใช้สมองมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ควรหากิจกรรมต่างๆ ทำ เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมคอร์สเวิร์ด เข้าร่วมอภิปรายกลุ่ม เข้าเรียนพัฒนาตนเองในคอร์สต่างๆ เรียนเปียโน หรือเรียนภาษา เป็นต้น
7. การเข้าสังคม การใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นจะช่วยทำให้สมองเกิดการตื่นตัว เช่น การพบเพื่อนใหม่ๆ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกหรืออาสาสมัคร หรือทำงานนอกเวลา
http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9510000038485