BigSedan.com
May 25, 2012, 01:30:00 AM
Welcome,
Guest
. Please
login
or
register
.
Did you miss your
activation email?
1 Hour
1 Day
1 Week
1 Month
Forever
Login with username, password and session length
News
:
Home
Help
Search
Login
Register
Chat
BigSedan.com
>
BIG Room
>
คลังความรู้ Book Store
>
เอ่อ..คุณครับ..จะว่าอะไรมั๊ยถ้าผมจะขอดูอะไรๆใต้กระโปรง
Pages: [
1
]
Go Down
« previous
next »
Print
Author
Topic: เอ่อ..คุณครับ..จะว่าอะไรมั๊ยถ้าผมจะขอดูอะไรๆใต้กระโปรง (Read 1101 times)
beboyd
นินจา
sho
Offline
Posts: 4,076
เอ่อ..คุณครับ..จะว่าอะไรมั๊ยถ้าผมจะขอดูอะไรๆใต้กระโปรง
«
on:
February 25, 2008, 09:50:45 AM »
?เอ่อ..คุณครับ..จะว่าอะไรมั๊ยถ้าผมจะขอดูอะไรๆใต้กระโปรง?..ภาค1
ชื่อผู้ส่งบทความ คุณ 666 [7/12/2004 6:56:41 AM]
จำนวนผู้เข้าชม 3367 คน จำนวนคนตอบ 9 คน
จำนวนคนโหวต 10 คน
________________________________________
?เอ่อ..คุณครับ..จะว่าอะไรมั๊ยถ้าผมจะขอดูอะไรๆใต้กระโปรง?..ภาค1
?..หลังจากที่รับปากสมาชิกท่านหนึ่งไว้ว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับระบบระบายความร้อนให้อ่าน แต่ก่อนหน้านั้นก็มีสมาชิกแนะนำเรื่องที่จะเขียนเข้ามาหลายเรื่องเหมือนกันเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆในห้องเครื่องแต่บันทึกผมถูกลบไปแล้ว และหลังจากนั้นก็มีสมาชิกที่เขียนมาแนะนำเรื่องต่างๆเกี่ยวกับอุปกรณ์บ้างเหมือนกัน ซึ่งดูแล้วเรื่องต่างๆนั้นมันเกี่ยวเนื่องกันพอสมควร จึงคิดว่าไหนๆแล้วก็น่าจะนำมาเขียนแบบเป็นเรื่องเป็นราวแบบมินิซีรี่ไปเลย แต่ดูแล้วอาจจะยาวมากทีเดียวก็เลยขอแบ่งเป็นตอนๆหรือภาคๆก็แล้วกันนะครับและผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะยาวไปกี่ภาคกี่ตอนหรือจะไปจบตรงไหน?
?..ที่จะได้อ่านตั้งแต่ภาคนี้เป็นต้นไปจะไม่เน้นไปที่ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งแต่จะขอพูดถึงแบบกลางๆโดยทั่วไปเท่านั้น และขอออกตัวไว้ก่อนว่าจะใช้คำพูดที่ง่ายๆอ่านแล้วสามารถที่จะพอเข้าใจหรือรู้เรื่องได้เลยสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่อาจจะไม่ค่อยจะมีความรู้เรื่องรถมากนักหรืออาจจะยังไม่เคยรู้เลย ดังนั้นถ้าข้อเขียนหรือคำพูดใดๆที่อาจจะขัดหูขัดตาเหล่าบรรดาท่านผู้รู้ทั้งหลายหรือต่างจากหลักวิชาการไปบ้างก็ต้องขออภัยกันล่วงหน้านะครับมิได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝงเพียงแต่กลุ่มเป้าหมายหรือความมุ่งหวังในข้อเขียนนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่รู้ไม่มากหรือยังไม่เคยรู้มากกว่าครับเพราะผมถือว่าคนกลุ่มนี้น่าจะเป็นคนกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดครับ ส่วนท่านที่เก่งแล้วหรือรู้เรื่องดีแล้วถ้าอ่านถึงตรงนี้ก็ขอให้ปิดมันไปเลยดีกว่าครับไม่ต้องอ่านต่อเพราะเนื้อหามันอาจจะออกไปในแนวการสอนโดยการเล่าซึ่งเป็นไปตามจุดประสงค์ของผู้แนะนำหัวข้อให้เขียนแต่มันคงไม่มีประโยชน์และอาจจะเป็นเรื่องงี่เง่าหรือไม่สำคัญสำหรับท่านที่รู้แล้วนะครับ.?.
มาทำความรู้จักระบบน้ำหล่อเย็นกันซักหน่อย
ทำไมจึงต้องมีการระบายความร้อนด้วยน้ำหล่อเย็น แม้ว่าระบบระบายความร้อนของรถยนต์จะมีหลายระบบแต่ระบบที่มีประสิทธิภาพดีและความเชื่อมั่นสูงแถมราคาไม่แพงคือการระบายความร้อนด้วยน้ำดังนั้นระบบนี้จึงได้รับความนิยมมากที่สุด และที่จำเป็นต้องมีระบบระบายความร้อนก็เพราะว่าในห้องเผาไหม้ในจังหวะจุดระเบิดนั้นมีอุณหภูมิสูงถึง 1500-2500เซลเซียส และจังหวะคายไอเสียนั้นภายในก็ยังร้อนราวๆ 750-850เซลเซียสเลยทีเดียวถ้าไม่มีการระบายความร้อนที่ดีและทันต่อการลดความร้อนแล้วจะเกิดความเสียหายต่อโลหะที่อยู่ในจุดใกล้กับการเผาไหม้หรือจุดระเบิดและจะสะสมความร้อนลุกลามความเสียห่ายต่อส่วนอื่นๆได้ ระบบน้ำหล่อเย็นในรถยนต์โดยทั่วไปประกอบไปด้วย
1.หม้อน้ำ ทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อนของน้ำให้ระดับความร้อนของน้ำต่ำลง
2.ฝาปิดหม้อน้ำหรือฝาผิดถังพักน้ำ(กรณีที่ไม่มีฝาปิดหม้อน้ำ) ทำหน้าที่รักษาแรงดันภายในหม้อน้ำหรือถังพักน้ำและเป็นตัวกำหนดจุดเดือดของน้ำ ตลอดจนรวมไปถึงทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำให้เต็มในหม้อน้ำอยู่เสมอ
3.ถังพักหรือถังเก็บน้ำสำรอง ทำหน้าที่เป็นจุดเก็บน้ำสำรองเพื่อส่งต่อไปยังหม้อน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำให้เต็มหม้อน้ำอยู่เสมอ
4.วาล์วน้ำ ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของน้ำในระบบให้เหมาะสมและคงที่ต่อความต้องการของการเผาไหม้ในเครื่องยนต์มากที่สุด
5.ท่อน้ำ ทำหน้าที่ส่งผ่านน้ำไปยังส่วนต่างๆที่ต้องการระบายความร้อน
6.ปั๊มน้ำ ทำหน้าที่เพิ่มแรงดันและอัตราการไหลของน้ำให้ทันต่อความต้องการของการระบายความร้อน
7.พัดลมหม้อน้ำ ทำหน้าที่เร่งระบบการไหลผ่านเพื่อพาความร้อนออกจากหม้อน้ำให้เร็วขึ้น
8.น้ำ ทำหน้าที่ดูดซับและพาความร้อนจากส่วนที่ร้อนมากับตัวมันเพื่อนำไประบายออกที่หม้อน้ำอีกที
9.สายรัดท่อน้ำ ทำหน้าที่บีบรัดท่อน้ำเข้ากับส่วนที่เป็นท่อหรือโลหะเพื่อยึดและป้องกันการรั่วซึมของน้ำ
10.ระบบตรวจวัดอุณหภูมิของน้ำและเตือนเมื่อความร้อนสูง
การทำงานของระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์
โดยส่วนมากรถยนต์ในปัจจุบันนี้ระบบหล่อเย็นจะหันมาใช้งานแบบใช้น้ำเป็นตัวระบายความร้อนมากกว่าการใช้อากาศเป็นตัวระบายความร้อน การทำงานของระบบระบายความร้อนด้วยน้ำพอจะอธิบายคร่าวๆ(ดูรูปที่ 1 ประกอบนะครับ)ได้ดังนี้คือ เมื่อเครื่องยนต์หมุนก็จะขับปั๊มน้ำ(H)ให้หมุนไปด้วยอาจจะโดยตรงหรือผ่านสายพาน เมื่อปั๊มน้ำหมุนก็จะดูดน้ำจากหม้อน้ำทางด้านล่างของหม้อน้ำ(J)ผ่านท่อน้ำมาเข้าปั๊มน้ำเพื่อให้น้ำมีแรงดันสูงขึ้น จากนั้นน้ำก็จะผ่านไปยังส่วนต่างๆของเครื่องยนต์(G)เพื่อรับความร้อนจากเครื่องยนต์แล้วก็ไหล่ผ่านทางออกมายังวาล์วน้ำ(C)จนน้ำมีอุณภูมิสูงขึ้นตามค่าที่ตั้งไว้ของวาล์วน้ำแล้ววาล์วน้ำ(C)ก็จะเปิดเพื่อให้น้ำไหลกลับเข้าสู่หม้อน้ำทางด้านบน(D) เมื่อน้ำกลับเข้าสู่หม้อน้ำก็จะไหลต่ำลงมาตามแรงดูดของปั๊มน้ำด้านล่างผ่านช่องต่างๆของหม้อน้ำโดยมีพัดลม(I)เป็นตัวระบายความร้อนออกจากน้ำในหม้อน้ำอีกทีนึง พอน้ำไหลลงถึงด้านล่างน้ำก็จะเย็นตัวลงพร้อมที่จะเข้าไปวนเพื่อระบายความร้อนในระบบอีกครั้งหนึ่งเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะดับเครื่องยนต์ โดยมีหม้อพักน้ำ(E)เป็นจุดเก็บน้ำสำรองเพื่อเก็บน้ำที่ล้นจากฝาปิดหม้อน้ำแล้วดูดกลับเข้าหม้อน้ำเมื่อเราดับเครื่องและน้ำเย็นลงซึ่งจะอธิบายในเรื่องต่อไป ส่วนอีกระบบที่เห็นในรูปนั้นจะเป็นระบบที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศหรือแอร์เพื่อทำความร้อนหรือเอาความร้อนไปใช้งานสร้างความอบอุ่นในห้องโดยสารซึ่งมีในรถนำเข้าจากเมืองหนาวซะเป็นส่วนใหญ่รถพี่ยุ่นโดยทั่วไปจะไม่มีระบบนี้ อธิบายคร่าวๆคือเมื่อน้ำที่ร้อนแล้วออกจากส่วนของเครื่องยนต์ก็จะมีวาล์ว(B)คอยควบคุมอุณหภูมิของน้ำ(อาจจะไม่มีวาล์วตัวนี้ก็ได้)ให้ไหลผ่านท่อ(A)เข้าไปในระบบของตู้แอร์(F)เพื่อเป่าอกทางช่องแอร์เหมือนการเป่าอากาศเย็นออกมานั่นแหละเพียงแต่คราวนี้มันเป็นอากาศร้อนเท่านั้น เมื่อน้ำร้อนถูกพัดลมแอร์เป่าเอากาศร้อนออกไปสร้างความอบอุ่นในห้องโดยสารแล้วน้ำก็จะเย็นลงแล้วไหลกลับมาเข้าระบบเพื่อดูดผ่านปั๊มน้ำไปใช้งานระบายความร้อนในเครื่องยนต์ต่อไปหรือบางครั้งก็อาจจะไหลกลับหม้อพักหรือหม้อน้ำไปเลยก็มีครับ
ทีนี้ก็มาทำความรู้จักกับอุปกรณ์แต่ละตัวในระบบหล่อเย็นกันนะครับ
หม้อน้ำ
เปิดฝากระโปรงขึ้นมาสิ่งที่อยู่หน้าสุดที่มองเห็นใกล้ตัวมากที่สุดเมื่อมองจากด้านหน้ารถเข้าไปก็เห็นจะเป็นหม้อน้ำ ไม่น่าจะมีใครไม่รู้จักหม้อน้ำนะครับน่าจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้วจึงอาจจะไม่ลงรายละเอียดมากนัก โดยทั่วไปแล้วหม้อน้ำที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันพอจะแบ่งออกได้เป็นสองแบบคือ
1.แบบที่ใช้โครงสร้างเป็นเหล็ก(ส่วนมากฝาครอบด้านบนมักจะเป็นสีดำ) มีฝาปิดหม้อน้ำอยู่ดานบน มีครีบหรือรังผึ้งเป็นทองแดง-ทองเหลือง-สังกะสีหรืออลูมิเนียมแล้วแต่ราคาถูกแพงตามวัสดุและขนาด
ข้อดีคือ ราคาถูก ซ่อมง่ายหรือเปลี่ยนเฉพาะส่วนได้ ความยืดหยุ่นตัวมีมากจึงทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี
ที่ไม่ค่อยดีนักคือ ขนาดใหญ่ น้ำหนักมากจึงเปลืองเนื้อที่และเป็นภาระของเครื่องยนต์ด้วย การระบายความร้อนก็ไม่ค่อยดีนัก
2.แบบที่เป็นอลูมิเนียม ส่วนมากจะไม่มีฝาหม้อน้ำติดอยู่และจะมีถังพักแบบพิเศษหรือปิดสนิทหรือใช้ฝาปิดถังพักน้ำแทนฝาปิดหม้อน้ำ ส่วนแบบที่มีฝาหม้อน้ำอยู่ด้วยนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักเพราะราคาแพงส่วนมากจะใช้กับรถราคาแพงหรือรถแต่งแรงทั้งหลายแหล่
ข้อดีคือ ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ไม่เปลืองเนื้อที่ การระบายความร้อนทำได้รวดเร็ว
ที่ไม่ค่อยดีนักคือ ราคาแพง ความยืดหยุ่นมีน้อยจึงแตกหักง่าย ซ่อมยากอาจจะต้องใช้การเปลี่ยนเป็นหลัก
หลักการทำงานของหม้อน้ำ
น้ำที่ร้อนจะไหลเข้าหม้อน้ำจากด้านบนผ่านครีบหรือรังผึ้งหรือท่อหรือหลอดเล็กๆภายในหม้อน้ำที่จะแลกเปลี่ยนความร้อนออกไปเอาความเย็นเข้ามาแทนที่โดยมีพัดลมเป็นตัวช่วยพาความร้อนให้ออกจากบริเวณนั้นๆเมื่อน้ำมีอุณหภูมิต่ำลงก็จะไหลลงสู่ส่วนด้านล่างของหม้อน้ำเพื่อนำไปใช้ในการหล่อเย็นในระบบต่อไป
การเลือกใช้งาน
ถ้าสามารถจ่ายได้การเลือกใช้หม้อน้ำที่เป็นอลูมิเนียมจะดีกว่าในเรื่องการระบายความร้อนได้ดีและเร็วแถมยังประหยัดเนื้อที่อีกด้วย แต่ก็ไม่ถึงขนาดเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับรถตลาดโดยทั่วไปที่สามารถใช้หม้อน้ำแบบที่เป็นโครงเหล็กก็ได้เพราะราคาย่อมเยาว์กว่ากันเป็นเท่าตัวแถมเวลาเปลี่ยนก็สามารถใช้โครงเดิมเปลี่ยนเฉพาะหลอดหรือแผงระบายความร้อนได้แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องการขยายขนาดหรืเพิ่มจำนวนช่องที่รถขนาดเล็กอาจจะไม่มีเนื้อที่เหลือพอสำหรับการเพิ่มขนาด แต่ถ้าสามารถเพิ่มขนาดได้ก็จะเป็นการดีมากกว่าเพราะการระบายความร้อนจะทำได้ดีกว่าแต่ก็ไม่เสมอไปเพราะการเพิ่มขนาดที่เป็นการเพิ่มความหนาโดยไม่เพิ่มพัดลมนั้นบางครั้งอาจจะเป็นการเพิ่มจุดสะสมความร้อนมากกว่าเดิมก็เป็นไปได้เช่นกัน ดังนั้นถ้ามีการเพิ่มขนาดความหนาของหม้อน้ำก็ควรจะเพิ่มขนาดหรือความเร็วรอบของพัดลมด้วย การเพิ่มขนาดของหม้อน้ำเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำในหม้อน้ำที่เกิดผลดีมากกว่าผลเสีย ผลดีคือเมื่อน้ำมากการดูดของปั๊มก็ทำได้ง่ายขึ้นแรงดันน้ำก็สูงขึ้นด้วยทำให้การเคลื่อนตัวของน้ำทำได้ดีขึ้น ผมเสียก็ดังที่กล่าวมาแล้วว่ามันอาจจะเป็นจุดสะสมของความร้อนกรณีที่การระบายความร้อนของพัดลมทำได้ไม่ดีพออาจจะทำให้ความร้อนสะสมสูงกว่าเดิมด้วย
การดูแลรักษาโดยทั่วไป
1.เมื่อเราใช้งานหรือรถวิ่งมักจะมีสิ่งสกปรกเช่นแมลง-เศษผงเข้ามาอุดที่รังผึ้งหรือแผงระบายความร้อนของหม้อน้ำ ถ้ามีปริมาณมากจะทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดีจนอาจจะเกิดปัญหาความร้อนตามมา ดังนั้นถ้าทำได้ก็ควรทำความสะอาดแผงระบายความร้อนทุกครั้งที่ล้างรถหรืออย่างไม่ได้ก็ซัก 3-6เดือนต่อครั้งก็ยังดี โดยการใช้สายยางฉีดล้างแผงจากด้านในรถออกมาด้านนอกเพื่อล้างสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากแผงระบายความร้อนของหม้อน้ำ
2.เช็คดูความเรียบร้อยของจุดยึดต่างๆที่เป็นยางสำหรับยึดหม้อน้ำเข้ากับโครงรถ(โดยมากจะเป็นลูกยางสีดำอยู่ตามมุมต่างๆของหม้อน้ำ)ว่าแตก-ชำรุดหรือฉีกขาดหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ควรรีบเปลี่ยนมันซะไม่เช่นนั้นเมื่อมันแตกมากๆหม้อน้ำจะเคลื่อนตัวได้มากและอาจจะกระแทกกับโครงรถจรเกิดความเสียหายได้
3.ถ้าสามารถทำได้ก็ควรเปลี่ยนหม้อน้ำ(แบบอลูมิเนียม)หรือแผงรังผึ้ง(แบบโครงเหล็ก)ทุกๆ 5-7ปี หรือ หนึ่งแสนกิโลเมตร
ฝาปิดหม้อน้ำหรือฝาปิดถังพักน้ำ
ฝาหม้อน้ำส่วนมากที่เห็นกันทั่วไปก็จะเป็นหม้อน้ำที่เป็นแบบโครงเหล็ก ส่วนหม้อน้ำแบบอลูมิเนียมส่วนใหญ่ที่ใช้โดยทั่วไปจะเป็นแบบไม่มีฝาปิดหม้อน้ำแต่จะไปใช้ฝาปิดที่ถังพักน้ำแทน ซึ่งก็ใช่ว่าหม้อน้ำแบบอลูมิเนียมแบบที่มีฝาปิดหม้อน้ำและถังพักน้ำธรรมดาจะไม่มีเพราะมันก็มีเหมือนกันเพียงแต่ไม่แพร่หลายมากนัก แต่ทั้งคู่ทั้งฝาที่ปิดบนหม้อน้ำและฝาที่ถังพักในหม้อน้ำแบบไม่มีฝาปิดก็มีหลักการทำงานคล้ายกันและเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าฝาปิดแรงดันสูง
ทำไมต้องใช้ฝาปิดแรงดันสูง?
ดังที่ทราบกันว่าจุดเดือดของน้ำที่ความดัน 1 บรรยากาศนั้นอยู่ที่ 100 องศาเซลเซียส แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าถ้าเพิ่มแรงดันของน้ำขึ้นทุกๆ 1 PSIหรือปอนด์ต่อตารางนิ้วจะทำให้จุดเดือดของน้ำสูงขึ้น 1.8 องศาเซลเซียส การที่จุดเดือดของน้ำสูงขึ้นก็จะเกิดผมดีสามารถลดการสูญเสียของน้ำในระบบที่การเดือดทำให้น้ำกลายเป็นไอและระเหยทิ้งไปนั่นเอง และถ้ามีการเดือดในระบบภายในก็จะเกิดแรงดันสูงที่จุดเดือดซึ่งอาจจะเกิดการบล็อกหรือปิดกั้นทางเดินของน้ำไม่ให้หมุนเวียนซึ่งจะเกิดปัญหาความร้อนสูงตามมาได้ด้วย
ฝาแรงดันสูงแบบติดอยู่กับหม้อน้ำ
ประกอบไปด้วยสปริงสองชุดคือชุดนอกตัวใหญ่เป็นชุดตั้งค่าแรงดันของน้ำในระบบเป็นตัวควบคุมแรงดันของน้ำถ้าน้ำมีแรงดันสูงขึ้นก็จะสามารถเอาชนะแรงสปริงได้และจะดันสปริงให้สูงขึ้นเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลออกไปเก็บยังหม้อพักต่อไป อีกตัวก็จะเป็นสปริงที่อยู่แกนในตัวเล็กถ้าหงายฝาปิดหม้อน้ำขึ้นจะเห็นจุกเล็กๆกลมๆที่อยู่ตรงกลางเรียกว่าลิ้นหรือวาล์วสุญญากาศซึ่งด้านหลังจะมีสปริงตัวที่กล่าวถึงอยู่ สปริงตัวเล็กๆนี้จะทำหน้าที่กดปิดลิ้นสุญญากาศนี้ไว้เมื่อเราดับเครื่องยนต์และน้ำในระบบเย็นลงจะเกิดการหดตัวและเกิดช่องว่างหรือสุญญากาศขึ้นในบริเวณที่น้ำขาดไปที่ใต้ลิ้นสุญญากาศนี้ทำให้เกิดแรงดูดจนลิ้นสุญญากาศสามารถเอาชนะแรงสปริงได้มันจึงเปิดออกและสุญญากาศที่เกิดขึ้นก็จะดูดเอาน้ำจากหม้อพักน้ำกลับเข้าไปในหม้อน้ำในลักษณะกาลักน้ำจนเต็มหรือจนกว่าแรงดูดสุญญากาศจะหมดแล้วสปริงดันลิ้นหรือวาล์วปิดตัว
ข้อดีของฝาปิดหม้อน้ำแบบนี้คือราคาถูกและดัดแปลงแก้ไขเพิ่มประสิทธิภาพได้ง่าย
ที่ไม่ดีนักคือเป็น การใช้สปริงมาอยู่กับน้ำและความร้อนจึงเสื่อมสภาพเร็ว
การเลือกใช้งาน
1.ดังที่กล่าวไปแล้วเรื่องแรงดันที่สูงขึ้นสามารถเพิ่มจุดเดือดของน้ำได้ ฝาหม้อน้ำแบบนี้โดยทั่วไปที่ใช้งานตามปกติจะมีค่าอยู่ที่ 0.5Bar(7PSI)-0.7Bar(10PSI)-0.9Bar(13PSI)-1.0Bar(14.5PSI)-1.1Bar(16PSI) ตัวเลขที่บอกนี้เป็นตัวเลขโดยประมาณนะครับเพราะมันอาจจะไม่เท่ากันแต่ใกล้เคียงกันสามารถเทียบกันได้ลองมองดูที่ฝาปิดหม้อน้ำในรถของเราว่าใช้ค่าเท่าไหร่เพราะโดยทั่วไปแล้วจะมีอยู่สองหน่วยหลักๆนี้ไม่เป็นBAR ก็เป็น PSIครับ และรถตลาดโดยทั่วไปหรือที่มีขายโดยทั่วไปมักจะใช้กันแค่0.5Bar(7PSI)-0.7Bar(10PSI)-0.9Bar(13PSI)เท่านั้น ดังนั้นถ้ารถเราเกิดพบว่ามีปัญหาความร้อนสูงเกินครึ่งบ่อยๆหรือน้ำในระบบหายเยอะจนต้องเติมบ่อยๆก็ควรลองหันไปดูซักนิดว่าฝาหม้อน้ำที่ติดรถเราอยู่มีค่าเท่าไหร่ซึ่งการเปลี่ยนก็ควรจะขยับเพิ่มทีละขั้นของค่าที่สูงขึ้นไปที่มีขายเช่นเดิมติดรถมาเป็น 0.5Bar(7PSI)ก็ขยับขึ้นไปใช้ที่แรงดันสูงขึ้นเป็น0.7Bar(10PSI) หรือถ้าที่ใช้อยู่เป็น 0.7Bar(10PSI)ก็ขยับไปใช้ที่สูงขึ้นเป็น 0.9Bar(13PSI) หรือที่ใช้อยู่เป็น0.9Bar(13PSI) ก็ขยับไปใช้ 1.0Bar(14.5PSI)หรือขยับไปเป็น1.1Bar(16PSI)ตามลำดับ ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่าแรงดันที่เพิ่มขึ้นมีผลให้จุดเดือดของน้ำเพิ่มขึ้นทุกๆ 1.8 องศาเซลเซียสต่อแรงดันที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 PSI ดังนั้นค่าแรงดันต่ำสุดของฝาปิดหม้อน้ำที่มีขายทั่วไปคือ0.5Bar หรือราว 7PSI จะพบว่าค่าจุดเดือดของน้ำเมื่อใช้ฝาปิดหม้อน้ำขนาดนี้คือ 100 (7 คูณ1.8)หรือราวๆ 112-113 องศาเซลเซียส ส่วนค่าสูงสุดที่มีขายโดยทั่วไป(ไม่นับรวมสั่งพิเศษ)คือ คือ 1.1Bar หรือราว 16 PSI จะพบว่าค่าจุดเดือดของน้ำเมื่อใช้ฝาปิดหม้อน้ำขนาดนี้คือ 100 (16 คูณ1.8)หรือราวๆ 128-129 องศาเซลเซียส ถ้ามองตรงตัวเลขก็คงจะเข้าใจนะครับว่าทำไมเปลี่ยนขนาดฝาปิดหม้อน้ำไปแล้วจึงช่วยแก้ปัญหาน้ำหายได้ก็เพราะว่าจุดเดือดมันสูงขึ้นกว่าเดิมน้ำมันก็ไม่เดือดหรือเดือดช้าลง เมื่อมันไม่เดือดมันก็ไม่กลายเป็นไอที่จะระเหยหายไปจากระบบนั่นเองและยังไม่เกิดปัญหาการปิดกั้นหรือบล็อคทางเดินของน้ำในระบบของไอน้ำที่เกิดขึ้นด้วยครับ
2.การเลือกซื้อฝาปิดหม้อน้ำมาใช้งานควรเลือกซื้อที่เป็นของแท้จะดีกว่าเพราะของทำเลียนแบบหรือของราคาถูกที่ถูกกว่าของแท้ๆราว 10-30%นั้น คุณภาพหรืออายุงานกลับน้อยกว่าของแท้ๆมากกว่า 50%เลยทีเดียวถ้าเปรียบเทียบกันแล้วการใช้ของแท้ดูจะคุ้มค่ากว่าครับ
การดูแลรักษาโดยทั่วไป
ถ้าจะบอกว่าฝาปิดหม้อน้ำคือสิ่งสำคัญที่ถูกมองข้ามไปก็ไม่น่าจะผิดนักเพราะเป็นเช่นนั้นจริงๆ หลายๆคนไม่เคยสนใจที่จะดูแลมันให้ดีกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็จนเครื่องโอเวอร์ฮีตจนเครื่องพังนั่นแหละทั้งที่สาเหตุเริ่มต้นจากการเสียเงินหลายหมื่นนั้นอาจจะมาจากตัวนี้ที่ราคาแค่หลักร้อยหรืออย่างดีๆก็ไม่เกินห้าร้อย
1.ควรเปลี่ยนฝาปิดหม้อน้ำทุกๆ 3-4ปี หรือทุก 4-5หมื่นกิโลเมตรเพราะฝาปิดหม้อน้ำจะมียางกันรั่วตรงขอบบ่ารองด้านในที่มีอายุงานของมันราวๆนี้แล้วจะเสื่อมสภาพไม่สามารถกันน้ำรั่วออกจากหม้อน้ำได้หรือไม่ก็พวกสปริงทั้งสปริงแรงดันสูงและสปริงสุญญากาศเมื่ออยู่กับความร้อนนานๆค่าความแข็งก็จะเสียไปอาจจะทำให้น้ำไหลออกจากหม้อน้ำมากเกินไปหรือไม่ดูดกลับเข้ามาในหม้อน้ำ
2.ถ้าพบว่าน้ำในหม้อน้ำแห้งบ่อยๆแต่น้ำในหม้อพักไม่ยุบหายไปไหนเลย ก็ลองเปิดฝาปิดหม้อน้ำออกมา(ตอนเครื่องเย็นแล้ว)แล้วหงายขึ้นจะเห็นวาล์วสุญญากาศอยู่ตรงแกนกลาง(เป็นลักษณะกลมๆส่วนใหญ่จะเป็นสีส้ม)ลองจับและดึงดูถ้ามันแข็งมากหรือดึงไม่ออกหรือไม่ขยับเลยแสดงว่าสปริงสุญญากาศมันตายแล้วทำให้วาล์วสุญญากาศเปิดไม่ออกให้เปลี่ยนฝาปิดหม้อน้ำนั้นโดยทันที
3.ตรวจเช็คว่ามีคราบน้ำที่บริเวณใต้ฝาปิดหม้อน้ำหรือเปล่าถ้าพบว่าน้ำในหม้อน้ำต่ำบ่อยๆและน้ำในหม้อพักปกติวาล์วสุญญากาศ(จากข้อ2)ดึงดูแล้วก็ปกติเพราะอาจจะเกิดการรั่วจากซีลยางรองบ่าฝาปิดหม้อน้ำแข็งตัวจนเกิดการรั่วของน้ำได้ ถ้าพบคราบน้ำรั่วก็ให้เปลี่ยนฝาปิดแรงดันสูงโดยทันทีเช่นกัน
4.ที่กล่าวมาทั้งสามข้อข้างบนควรตรวจเช็คทุกๆ 1-3เดือนและถ้าอายุของฝาปิดหม้อน้ำเกิน 2ปีหรือ 3หมื่นกิโลเมตรแล้วถ้าทำได้ควรตรวจเช็คทุกอาทิตย์ครับ
??.
ภาคแรกก็คงทิ้งไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ส่วนเรื่องฝาปิดแรงดันสูงที่ใช้กับถังพักน้ำหรือหม้อน้ำแบบไม่มีฝาปิดหม้อน้ำนั้นขอยกไปภาค2 ก็แล้วกันนะครับ
มีคำพูดนึงจากท่านสมาชิกที่เขียนมาถามผมว่า..?ทำไมผมจึงไม่เขียนรายละเอียดเรื่องราวของรถแบบละเอียดเจาะลึกให้คนที่ไม่รู้เรื่องรถสามารถเข้าใจได้และจะได้ไม่ถูกช่างหลอกหรือพอจะวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นเองได้??ผมใคร่ครวญประโยคนี้อยู่นานเพราะถ้าเขียนจริงๆมันจะยืดยาวมากและอาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับคนอ่านหรือเปล่าผมก็ยังไม่แน่ใจที่เขียนมานี่แค่เรื่องระบบน้ำหล่อเย็นอย่างเดียวยังจบในตอนเดียวไม่ได้เลย แต่ตอนนี้สิ่งที่เคยถามมานั้นผมได้เริ่มมันแล้วนะครับส่วนแนวทางตอนต่อไปจะคงสภาพแบบนี้หรือเปล่าคงต้องดูกระแสตอบรับอีกที แต่ยังไงมีภาคสองต่อแน่นอนครับ ถ้าจะว่าไปแล้วการเขียนบทความแนวนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับกับการที่จะเขียนให้เป็นเรื่องง่ายๆที่ให้คนที่ไม่เคยรู้ได้รับรู้และพอเข้าใจได้นั้นไม่หมูเลยจริงเพราะแค่ภาคแรกนี้ผมใช้เวลาเขียนนานกว่าทุกบทความที่เคยเขียนมาเลยทีเดียวแต่ยังไงก็จะพยามทำให้ดีที่สุดครับ
Logged
Akinaracing-shop
นินจา
sho
Offline
Posts: 6,048
Club S9 Thailand
Re: เอ่อ..คุณครับ..จะว่าอะไรมั๊ยถ้าผมจะขอดูอะไรๆใต้กระโปรง
«
Reply #1 on:
February 25, 2008, 11:20:18 PM »
สารน่ารู้เยี่ยมเลยครับ
Logged
Akina Racing Shop 081-4269416
View For Aristo & New Prius TRD
นลกาเซ่ปะแป้ง@Ultimate K.T.
ซามูไร
sho
Offline
Posts: 3,170
Re: เอ่อ..คุณครับ..จะว่าอะไรมั๊ยถ้าผมจะขอดูอะไรๆใต้กระโปรง
«
Reply #2 on:
March 01, 2008, 02:33:02 AM »
กระโปรงไหน
Logged
เชิญชม NonzKaze's Homepage ได้ที่
http://nonzkaze.hi5.com
Pages: [
1
]
Go Up
Print
« previous
next »
Jump to:
Please select a destination:
-----------------------------
BIG Room
-----------------------------
=> มุมสบาย LOBBY
=> ที่ปรึกษากฎหมาย LAW
=> ปรึกษาทางช่าง - แนวทางแต่งรถ / Service & Modify
=> คลังความรู้ Book Store
=> พากิน พาเที่ยว / Resturants & Travel
-----------------------------
BigSedan Gallery
-----------------------------
=> รูปกิจกรรม Activities Gallery
=> Auto Salon
=> รูปรถสมาชิก Member's Car Gallery
=> รูปรถน่าชม Worldwide BigSedan Gallery
-----------------------------
Classified
-----------------------------
=> ซื้อ-ขายทั่วไป Market
Loading...