คำแนะนำกรณีมีปัญหาการชำระหนี้ จากประสบการณ์การทำคดี และว่าความเป็นเวลานาน ณ โอกาสนี้จึงขอนำข้อคิดที่เป็นประโยชน์มากราบเรียนท่านที่เดือดร้อนประสบปัญหาการชำระหนี้ เพื่อผ่อนคลายวิตกกังวลหาทางออกในชีวิตไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ดังต่อไปนี้
1. ประการแรกต้องทำใจยอมรับว่า เป็นหนี้เขาจำนวนเท่าไหร่ ก็ต้องชดใช้เขาไป จะได้ไม่เป็นบาปเป็นกรรมติดตัว
2. ต้องพิจารณาว่าเป็นหนี้สินที่มีอยู่เป็นหนี้ที่มีหลักประกัน เป็นหนี้จำนอง หรือไม่

การแก้ไขปัญหาหนี้ที่มีหลักประกัน เป็นหนี้จำนองประเภทนี้ จะแตกต่างกับหนี้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น หนี้บัตรเครดิต และบัตรเงินด่วน เพราะการติดตามเจ้าหนี้เขาก็แค่ฟ้องร้องให้ชำระหนี้ เรียกค่าเสียหาย ค่าธราฃรมเนียมศาล ค่าทนายความ และดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น ซึ่งเป็นคดีแพ่ง ในการบังคับคดีเจ้าหนี้ก็ต้องเริ่มต้นจากการไปสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ หลังจากนั้นก็จะดำเนินการขออายัด และ/หรือยึดทรัพย์สินขายทอดตลาดต่อไป
3. วิธีการทวงหนี้จะแตกต่างกัน เช่น ถ้าหนี้บัตรเครดิต หรือบัตรเงินด่วนค้างชำระพนักงานทวงหนี้จะเป็นคนภายในของสถาบันการเงิน วิธีการทวงถามไม่รุนแรงมากนัก เพราะทวงในนามสถาบันการเงิน จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ ณ ปัจจุบันนี้ทางราชการมีความพยายามออกกฎหมายมารองรับการติดตามวิธีการทวงถามหนี้ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย หากเจ้าหนี้ทวงถามผิดวิธีการ เช่น ประจาน ข่มขู่ลูกหนี้ เจ้าหนี้ก็อาจถูกฟ้องดำเนินคดีได้
4. หากเป็นหนี้ที่มีหลักประกัน เป็นหนี้จำนอง ลูกหนี้สามารถเจรจาขอขยายเวลาการผ่อนชำระหนี้พร้อมแสดงหลักฐานให้สถาบันการเงินเห็นว่า มีความจำเป็นอย่างไร??? เช่น ตกงาน เจ็บป่วย หรือกำลังขายหลักประกัน โดยส่วนใหญ่สถาบันการเงินมีความเชื่อถือว่า ลูกหนี้มีความจริงใจที่จะชำระหนี้ และมีโอกาสเป็นไปได้ในอนาคตเกี่ยวกับที่มาของรายได้ สถาบันการเงินจะอนุญาตให้ปรับโครงสร้างหนี้ และชะลอการฟ้องร้องบังคับขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองได้
5. หนี้เช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ คดีประเภทนี้ เจ้าหนี้ผู้ให้เช่าซื้อต้องบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และสัญญาค้ำประกันเสียก่อน จากนั้นจะส่งเจ้าหน้าที่ทำการยึดรถที่เช่าซื้อกลับคืนภายหลังจากเจ้าหนี้ยึดรถไปแล้ว ก็จะนำไปขายทอดตลาด ซึ่งลูกหนี้ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ติดตามสอบถามว่าจะมีกำหนดประมูลขายอย่างไร

เมื่อใด

และขายทอดตลาดที่ไหน

เพื่อที่ไปรักษาสิทธิในการขายไม่ให้ราคาขายต่ำจนเกินไป เพราะหากเจ้าหนี้ขายทอดตลาดในราคาต่ำเกินไป เจ้าหนี้จะใช้สิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากราคาค่าเช่าซื้อที่ขาดกับลูกหนี้ และผู้ค้ำประกันอีกต่อไปด้วย
ดังนั้น ทั้งผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันมีหน้าที่ต้องร่วมกันรับผิดอย่าลูกหนี้ร่วม หากมีหนังสือทวงถาม หรือหมายศาลมา ทางฝ่ายลูกหนี้สมควรแต่งตั้งทนายความไปต่อสู้คดีในชั้นศาลเป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด เพราะทนายความจะเป็นผู้ที่รักษาผลประโยชน์ของลูกหนี้ได้ดี และรอบคอบ