ความรับผิดเพื่อละเมิด :: www.choosaklawfirm.com1. ละเมิด คืออะไร
ละเมิด คือ การกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้เขา (ผู้ถูกกระทำ) เสียหายแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี กฎหมายถือว่าผู้นั้นทำละเมิดจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดนั้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420)
สรุป การกระทำใดจะเป็นละเมิดต้องประกอบด้วยหลักสำคัญดังนี้
1.1 กระทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ซึ่งหมายถึงการประทุษกรรม กระทำต่อบุคคลโดยผิดกฎหมาย ด้วยอาการฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่ห้ามไว้ หรือละเว้นไม่กระทำในสิ่งที่กฎหมายบัญญัติให้กระทำ หรือตนมีหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องกระทำโดยจงใจหรือประเมินเลินเล่อ เป็นต้นว่า ฆ่าเขาตาย, ทำร้ายร่างเขา, ขับรถโดยประมาท ชนคนตายและทรัพย์สินของเขาเสียหาย ฯลฯ
1.2 กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ การกระทำโดยจงใจ คือ การกระทำโดยรู้สำนึกและในขณะเดียวกันก็รู้ว่าจะทำให้เขาเสียหาย เช่น เจตนาฆ่าเขา หรือเจตนาทำร้ายเขา ฯลฯ
คำว่าประมาทเลินเล่อในทางแพ่ง หมายความถึง การกระทำที่ขาดความระมัดระวังจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายขึ้น และหมายรวมถึงการไม่ป้องกันผลที่จะเกิดขึ้นโดยประมาทเลินเล่อด้วยแม้ตนเองไม่ได้กระทำให้เกิดผลนั้นขึ้น
ระดับความระมัดระวังของบุคคลต้องถือระดับบุคคลธรรมดา
อุทาหรณ์ 1 นาย ก. ขับรถยนต์ไปในถนนที่มีคนเดินจอแจ ด้วยความเร็วและไม่ให้สัญญาณแตรแล้วเฉี่ยวชนถูกคนเดินถนนได้รับบาดเจ็บ ดังนี้ว่าการกระทำของ นาย ก. เป็นการกระทำที่ขาดความระมัดระวัง เป็นการกระทำละเมิดโดยประมาทเลินเล่อ
อุทาหรณ์ 2 เทศบาลขยายถนนทำให้บ่อน้ำขอบคอนกรีตเข้ามาอยู่ในถนน เมื่อเปิดถนนให้รถสัญจรไปมาก็ยังมิได้ทำให้บ่อเรียบเป็นพื้นถนนธรรมดา และมิได้จัดให้มีเครื่องหมายและสัญญาณไฟติดตั้งให้เป็นที่สังเกตในเวลาค่ำคืน โจทก์ขับรถมาชนบ่อนี้โดยมิใช่ความประมาทเลินเล่อของโจทก์ รถยนต์เสียหายโจทก์ก็ได้รับบาดเจ็บต้องถือเป็นความประมาทของเทศบาลที่ไม่ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จึงต้องรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ (ฎีกา 1201/2502)
คำพิพากษาของศาลฎีกาเรื่องนี้วินิจฉัยเป็นหลักได้ว่าเทศบาลงดเว้นไม่ป้องกันผลไม่ให้รถชนบ่อเมื่อเปิดถนนให้รถสัญจรเป็นความผิดของเทศบาลที่งดเว้นไม่ป้องกันโดยประมาทเลินเล่อ
1.3 ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย โดยปกติผู้กระทำย่อมต้องรับผิดชอบเฉพาะการกระทำของตน แต่อย่างไรก็ดีในเรื่องละเมิดถ้าได้มีการกระทำละเมิดร่วมกัน หรือแม้มิได้ร่วมแต่เป็นผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการกระทำละเมิด ดังนี้ บุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 432)
ในบางกรณีแม้จะไม่ได้ร่วมกระทำละเมิดหรือยุยงส่งเสริม หรือช่วยเหลือในการกระทำละเมิดแต่กฎหมายบัญญัติให้ต้องร่วมรับผิดกับผู้ละเมิด ได้แก่กรณีต่อไปนี้
1.3.1 นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดชอบกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425)
เรื่องนายจ้างต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลละเมิดซึ่งเกิดจากการกระทำในทางการที่จ้างนี้ มีกรณีที่ผู้เสียหายพึงต้องระมัดระวัง กล่าวคือ อย่าด่วนตัดสินใจประนีประนอมยอมความกับลูกจ้าง เพราะถ้าประนีประนอมยอมความกับลูกจ้างไปแล้ว หนี้อันเกิดจากมูลละเมิดก็ระงับสิ้นไปเพราะสัญญาประนีประนอมยอมความเกิดหนี้ใหม่ตามสัญญา อันเป็นเหตุให้นายจ้างหลุดพ้นจากความรับผิด ผู้เสียหายจะฟ้องนายจ้างให้ร่วมรับผิดในมูลหนี้ละเมิดก็ไม่ได้ เพราะหนี้ละเมิดระงับไปแล้ว จะฟ้องให้รับผิดตามสัญญาประนีประนอมก็ไม่ได้ เพราะนายจ้างมิได้เป็นคู่สัญญา ถ้าลูกจ้างไม่มีทรัพย์สินจะชำระหนี้ ผู้เสียหายก็สูญเปล่า จึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ทางแก้ในเรื่องนี้ต้องให้นายจ้างตกลงเป็นคู่สัญญาประนีประนอมยอมความร่วมกับลูกจ้าง โดยมีบุคคลค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาด้วย
1.3.2 ตัวการต้องรับผิดชอบกับตัวแทนในผลละเมิด ซึ่งตัวแทนได้กระทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานะตัวแทน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427)
1.3.3 บิดามารดาของผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาลของผู้วิกลจริตจะต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่ผู้เยาว์หรือผู้วิกลจริตกระทำ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลแล้ว (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429)
1.3.4 ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือบุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่เป็นนิตย์ หรือชั่วครั้งคราว จะต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้กระทำลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือบุคคลอื่นมิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 430)
1.3.5 เจ้าของสัตว์ หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ เจ้าของต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอันเกิดจากสัตว์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้น ทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433)
ขอแสดงความนับถือ
www.choosaklawfirm.com