BigSedan.com
October 26, 2014, 12:04:13 PM *
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News:
 
gucci outletChristian Louboutin Outlet|Christian Louboutin Outlet|Christian Louboutin shoes|Louboutin shoesChristian Louboutin shoes|Louboutin shoeschristian louboutin outlet Hollister Outletlouis vuittonChristian Louboutin outletcanada goose outlet|canada goosecanada goose outlet|canada goosereplica christian louboutinred bottoms heels|red bottom shoescheap ugg boots|ugg on saleChristian Louboutins Shoes|Louboutins Shoes|Cheap Christian LouboutinsLouboutins Shoes|Christian Louboutin outletRed Bottom Shoesmichael kors outletChristian Louboutin outletChristian Louboutin Outlet|Louboutin shoesRed Bottom Shoes|christian louboutinTory Burch Outlet
   Home   Help Search Login Register Chat  
กู้ 30,000 ผ่อน 935 บาท x 60 เดือน เช็คโอกาสอนุมัติออนไลน์ ฟรี
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: พลิกแฟ้มคดีดัง- "มาร์ค โคกปีบ"  (Read 10696 times)
สม
ซามูไร
sho
*
Offline Offline

Posts: 6,354



« on: November 08, 2008, 12:31:46 PM »

อ่านเล่นๆในวันหยุดครับ

พลิกแฟ้มคดีดัง-เปิดแฟ้ม "แดง โคกปีบ"ผู้ดับสูญบนเส้นทางเจ้าพ่อ



แดง ถูกอริยิงจนข้อศอกขวาบิดเบี้ยวใช้งานได้ไม่ดี ขณะที่กะโหลกศีรษะก็มีเม็ดตะกั่วฝังอยู่ แต่เขาก็ยื้อชีวิตหลุดรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ทุกครั้ง

 เมื่อ ช่วงปี พ.ศ.2520 ในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะใน จ.ปราจีนบุรี เมื่อเอ่ยชื่อ "แดง โคกปีบ" ไม่มีใครไม่รู้จัก เขาคือมือปืนแถวหน้าที่เหล่าบรรดาผู้มีอิทธิพลและผู้กว้างขวางยังต้องยอม เรียกพี่

 "แดง โคกปีบ" เป็นฉายาของนายคนึง ซุงเค้า บุตรคนโตในพี่น้อง 3 คน ของครอบครัวชาวจีนแคะ ที่อาศัยบ้านพักในชุมชนเล็กๆ ละแวกวัดม่วงขาวแก้วพิกุล ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เป็นแหล่งพักพิง


 ชีวิต ในวัยเด็ก "แดง โคกปีบ" ค่อนข้างลำบาก เรียนจบแค่ชั้น ม.3 ก็ต้องออกมาขับรถบรรทุกข้าวเปลือกตระเวนขายตามตลาดนัด แต่ด้วยเป็นคนที่ใจถึง รักพวกพ้อง จึงทำให้ "แดง" มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมากหน้าหลายตา กระทั่งถูกชักนำให้ไปพบกับ "เสือฝน คนมา" เจ้าของฉายาขุนโจรร้อยศพ หัวหน้าซุ้มมือปืนผู้โด่งดังในภาคตะวันออกในยุคนั้น

 "แดง" ได้รับมอบหมายจาก "เสือฝน" ให้ทำงานสังหารใครต่อใครหลายคน แต่หลังจากตำรวจมือปราบ "ธนู หอมหวล" เจ้าของฉายาเชอร์ล็อกนู ถูกย้ายเข้ามาในพื้นที่ปราจีนบุรี "แดง โคกปีบ" ก็ถูกเรียกเข้าพบ และต่อมาเขาก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยราชการตำรวจในด้านสืบสวนสอบสวนให้ แก่นายตำรวจผู้นี้อยู่ระยะหนึ่ง

 "การเข้าไปซุกปีกนายตำรวจใหญ่ในครั้งนั้นทำให้แดงยกฐานะกลายเป็น ผู้กว้างขวางในพื้นที่ นอกเหนือจากการช่วยราชการตำรวจแล้ว เขายังผันตัวเองไปเป็นผู้รับเหมาถมที่ดิน จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักใน จ.ปราจีนบุรี และใกล้เคียง" อดีตมือปืนผู้ใกล้ชิด "แดง โคกปีบ" เล่าถึงเรื่องราวในอดีต

 เขาบอกด้วยว่า ในช่วงปี 2520 จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา เต็มไปด้วยนักเลงและผู้มีอิทธิพล กฎหมายเข้าไม่ค่อยถึง ปัญหาทุกสิ่งแก้ได้ด้วยลูกปืน โดยมีผู้ทรงอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มเจ้าแม่เขาหินซ้อน กลุ่มเจ้าพ่อพุทธ และ แดง โคกปีบ ทั้ง 3 กลุ่มทำธุรกิจเดียวกันคือรับเหมาถมที่ ส่วนความร่ำรวยของแต่ละกลุ่มว่ากันว่าเกี่ยวข้องกับวงการค้าอาวุธ รวมไปถึงสินค้าที่ลักลอบนำเข้าจากฝั่งกัมพูชา

 ประมาณปี 2526 "แดง" เข้าไปทำธุรกิจนายหน้าส่งคนงานไปต่างประเทศในแถบตะวันออกกลาง และเข้าไปพัวพันกับคดียักยอกเงินค่าจ้างส่งคนงานไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่จะเข้ามอบตัวต่อสู้คดีอยู่ 3 เดือนก็ได้รับอิสรภาพ

 3 ปีหลังจากนั้น แดงผันตัวเองเข้าสู่เวทีการเมือง ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการวัดรอยเท้านักการเมืองท้องถิ่น อย่างเจ้าพ่อพุทธ ที่โด่งดังในยุคนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

 การแข่งขันอันดุเดือด ทำให้ "แดง" ตัดสินใจเข้าร่วมกับเจ้าแม่เขาหินซ้อน ที่เป็นอริทางธุรกิจที่ดินกับเจ้าพ่อพุทธมาก่อน และมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับบุตรชายเจ้าแม่เขาหินซ้อน ซึ่งเป็นตำรวจอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นคนที่ใจถึงและรักพวกพ้อง

 ในช่วงเวลานี้ "แดง" มีชื่อเข้าไปพัวพันกับคดีรับจ้างฆ่าหลายคดี ซึ่งแต่ละคดีล้วนแล้วแต่อุกฉกรรจ์ทั้งสิ้น จนชื่อของเขาปรากฏอยู่ในบัญชีดำของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2

 ขณะที่สงครามล้างตระกูลระหว่างเจ้าแม่เขาหินซ้อนกับเจ้าพ่อพุทธ ระอุขึ้นทุกวัน บรรดามือปืนและสมาชิกคนในครอบครัวของสองตระกูลล้มหายตายจากไปราวกับใบไม้ ร่วงและหนึ่งในนั้นก็คือ เจ้าพ่อพุทธ อริทางการเมืองของ "แดง โคกปีบ" รวมอยู่ด้วย

 ทายาทของเจ้าพ่อพุทธ เดินหน้าชำระแค้นให้บิดา โดยเป้าสังหารคือ คนในตระกูลเจ้าแม่เขาหินซ้อน และ "แดง โคกปีบ" ซึ่ง "แดง" ถูกอริยิงจนข้อศอกขวาบิดเบี้ยวใช้งานได้ไม่ดี ขณะที่กะโหลกศีรษะก็มีเม็ดตะกั่วฝังอยู่ แต่เขาก็ยื้อชีวิตหลุดรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ทุกครั้ง

 ความแค้นระหว่าง "แดง" กับทายาทเจ้าพ่อพุทธ ปิดฉากลงด้วยความตายของคู่อริ โดยว่ากันว่าทายาทเจ้าพ่อพุทธตายเพราะคนใกล้ชิดของ "แดง โคกปีบ" นั่นเอง

 หลังอริสิ้นชื่อ  "แดง โคกปีบ" ได้รับเลือกเป็น ส.จ.ปราจีนบุรี แต่ก็ต้องย้ายออกจากบ้านพักหลังเดิมที่ ต.โคกปีบ เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะขยับขยายไปกว้านซื้อที่ดินใน อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เพื่อทำไร่มะขาม แล้วขยับขยายไปเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินและค้าไม้ สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี ที่ทำมาหากินอยู่ก่อน

 16 ตุลาคม 2538 หลังจากแดงเข้าไปทำมาหากินใน จ.กาญจนบุรี ยังไม่นานนัก รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ของ "แดง โคกปีบ" ถูกทีมสังหารใช้เอ็ม 16 และจรวดอาร์พีจี ยิงถล่มเสียหาย โชคดีที่วันนั้น "แดง" ไม่ได้อยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว แต่ก็มีลูกน้องคนสนิทเสียชีวิตไป 2 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 2 โดย "แดง" ประกาศจะล้างแค้นให้สาสม แต่ไม่ทันลงมือก็ถูกสังหารเสียก่อน

 จุดจบของ "แดง โคกปีบ" เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 5 กันยายน 2539 ขณะ "แดง" กำลังขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ทะเบียน 2ฐ 7366 กรุงเทพมหานคร ออกจาก "ไร่สุดแดนสยามฟาร์ม" ใน อ.ด่านมะขามเตี้ย เพื่อไปทำธุระที่บ้านห้วยน้ำขาว หมู่ 10 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมี นางสุภาพร ซุงเค้า ภรรยา นั่งเคียงข้าง แต่ไม่ถึงที่หมายเพราะถูก 4 มือปืนที่ใช้รถกระบะมิตซูบิชิป้ายแดงดักยิงถล่มด้วยปืนเอ็ม 16 ขณะรถของเขาวิ่งผ่านสี่แยกลำทราย ถนนสายบ้านเก่า-ชายแดนไทยพม่า

 "แดง" พรุนไปทั้งร่าง เสียชีวิตคาที่ ขณะที่ภรรยาบาดเจ็บสาหัส

 หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ไพบูลย์ สิงหวณิช รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี (ตำแหน่งในขณะนั้น) ระดมกำลังออกไล่ล่าคนร้ายด้วยตัวเอง แต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้เป็นเวลากว่า 12 ปี ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ โดยในทางสืบสวนตำรวจเชื่อว่าคำสั่งฆ่ามาจากผู้กว้างขวางในวงการค้าไม้ซึ่ง ไม่พอใจที่นักเลงต่างถิ่นลูบคม

 ระยะแรกบุตรชายและญาติของ "แดง โคกปีบ" คิดที่จะล้างแค้นให้เขาเช่นกัน แต่ทำไม่ได้เนื่องจากคู่อริมีอดีตบิ๊กทหารผู้กว้างขวางรวมอยู่ด้วย จึงทำได้เพียงหันหลังให้ความแค้น แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเลี้ยงชีวิตและครอบครัว ปัจจุบันบุตรชายของแดงและสมาชิกครอบครัวส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอยู่ใน กทม. โดยเฉพาะในย่านประตูน้ำ

 ก้าวย่าง "แดง โคกปีบ"

 อดีตมือปืนซุ้มปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบันหันหลังให้แก่ยุทธจักรสีเลือด ใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป เล่าว่าในยุค 2520 ไล่มาจนถึง 2539 ในทำเนียบมือปืนชั้นนำของประเทศไทย มี 2 ซุ้มใหญ่ที่ได้รับการยอมรับว่า ใบสั่งตายทุกใบที่มือปืน 2 ซุ้มนี้ตกลงรับงาน จะถูกปิดบัญชีอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วคือ ซุ้มปราจีนบุรี ที่นักฆ่าหลายคนอาศัยร่มเงาของ "แดง โคกปีบ" และซุ้มเมืองเพชร นำโดย "แจ๊ค เพชรบุรี"

 ในวงการรู้กันดีหากเหยื่อถูกสังหารด้วยปืนพกสั้นขนาด 11 มม. หรือเอ็ม 16 สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นฝีมือของยมทูตค่าย "แจ๊ค เพชรบุรี" แต่หากเหยื่อถูกถล่มด้วยปืนอาก้า หรือระเบิด ร้อยทั้งร้อยเป็นฝีมือของซุ้มปราจีนบุรี

 สมัยที่ "แดง" เรืองอำนาจ เขามีคู่หูเปรียบเสมือนเงาตามตัวคือ "ไผ่ ชะเลือด" ซึ่งฝีมือสังหารเหยื่อฉกาจฉกรรจ์ กระทั่งยุค รสช.เรืองอำนาจ มีนโยบายกวาดล้างมือปืนและกลุ่มผู้มีอิทธิพล บรรดามือปืนและผู้กว้างขวางถูกปิดบัญชีไปจำนวนมาก ที่หลงเหลืออยู่ก็ต้องเข้าไปซุกปีกบรรดานักการเมือง หรือไม่ก็ล้างมือไปจากวงการ

 "ซุ้มของแดงส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่ที่ อ.ปลวกแดง อ.แหลมสิงห์ หรือไม่ก็ไปอยู่กับ "ซุ้มบ้านใหญ่" และนักการเมืองตระกูลดังภาคตะวันออก บางรายล้างมือจากวงการไปซุกตัวทำไร่ทำสวนอยู่อย่างเงียบๆ ใน จ.เพชรบูรณ์" อดีตมือปืนผู้ใกล้ชิด แดง โคกปีบ กล่าว

 เขาบอกด้วยว่า หลังจาก "แดง โคกปีบ" ถูกยิงตาย ผู้ที่ขึ้นมาแทนคือ "หมู อาก้า" หรือนายประสงค์ เสียงจันทร์ ผู้ต้องหาในคดีระเบิดฆ่านางปัทมา เฟื่องประยูร และสังหารนายโชคชัย สินธิทรัพย์ หรือ ต้อย นาทีทอง เซียนม้าคนดังแห่งนครราชสีมา

Logged

washira
นินจา
sho
*
Offline Offline

Posts: 1,464



« Reply #1 on: November 08, 2008, 12:39:57 PM »

น้าแดงเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ให้ความเคารพคุณแม่ผมมาก ถึงแม้จะเป็นนักเลงแต่ก็เป็นคนที่มีน้ำใจกับเพื่อนฝูงและญาติพี่น้องครับ
Logged

Nobody Perfect!

Akinaracing-shop
นินจา
sho
*
Offline Offline

Posts: 6,367


Club S9 Thailand


« Reply #2 on: November 08, 2008, 12:40:43 PM »




ผมว่าดังสู่ มาร์คถ่ำมองของเราไม่ได้หรอครับบบบพี่
Logged

Akina Racing Shop 081-4269416

View For Aristo & New Prius TRD

PooKi@H.T.TURBO
ซามูไร
sho
*
Offline Offline

Posts: 2,634


เรื่องของกูอิฟายยยยยย


« Reply #3 on: November 08, 2008, 12:44:16 PM »

อ่านเล่นๆในวันหยุดครับ

พลิกแฟ้มคดีดัง-เปิดแฟ้ม "แดง โคกปีบ"ผู้ดับสูญบนเส้นทางเจ้าพ่อ



แดง ถูกอริยิงจนข้อศอกขวาบิดเบี้ยวใช้งานได้ไม่ดี ขณะที่กะโหลกศีรษะก็มีเม็ดตะกั่วฝังอยู่ แต่เขาก็ยื้อชีวิตหลุดรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ทุกครั้ง

 เมื่อ ช่วงปี พ.ศ.2520 ในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะใน จ.ปราจีนบุรี เมื่อเอ่ยชื่อ "แดง โคกปีบ" ไม่มีใครไม่รู้จัก เขาคือมือปืนแถวหน้าที่เหล่าบรรดาผู้มีอิทธิพลและผู้กว้างขวางยังต้องยอม เรียกพี่

 "แดง โคกปีบ" เป็นฉายาของนายคนึง ซุงเค้า บุตรคนโตในพี่น้อง 3 คน ของครอบครัวชาวจีนแคะ ที่อาศัยบ้านพักในชุมชนเล็กๆ ละแวกวัดม่วงขาวแก้วพิกุล ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เป็นแหล่งพักพิง


 ชีวิต ในวัยเด็ก "แดง โคกปีบ" ค่อนข้างลำบาก เรียนจบแค่ชั้น ม.3 ก็ต้องออกมาขับรถบรรทุกข้าวเปลือกตระเวนขายตามตลาดนัด แต่ด้วยเป็นคนที่ใจถึง รักพวกพ้อง จึงทำให้ "แดง" มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมากหน้าหลายตา กระทั่งถูกชักนำให้ไปพบกับ "เสือฝน คนมา" เจ้าของฉายาขุนโจรร้อยศพ หัวหน้าซุ้มมือปืนผู้โด่งดังในภาคตะวันออกในยุคนั้น

 "แดง" ได้รับมอบหมายจาก "เสือฝน" ให้ทำงานสังหารใครต่อใครหลายคน แต่หลังจากตำรวจมือปราบ "ธนู หอมหวล" เจ้าของฉายาเชอร์ล็อกนู ถูกย้ายเข้ามาในพื้นที่ปราจีนบุรี "แดง โคกปีบ" ก็ถูกเรียกเข้าพบ และต่อมาเขาก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยราชการตำรวจในด้านสืบสวนสอบสวนให้ แก่นายตำรวจผู้นี้อยู่ระยะหนึ่ง

 "การเข้าไปซุกปีกนายตำรวจใหญ่ในครั้งนั้นทำให้แดงยกฐานะกลายเป็น ผู้กว้างขวางในพื้นที่ นอกเหนือจากการช่วยราชการตำรวจแล้ว เขายังผันตัวเองไปเป็นผู้รับเหมาถมที่ดิน จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักใน จ.ปราจีนบุรี และใกล้เคียง" อดีตมือปืนผู้ใกล้ชิด "แดง โคกปีบ" เล่าถึงเรื่องราวในอดีต

 เขาบอกด้วยว่า ในช่วงปี 2520 จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา เต็มไปด้วยนักเลงและผู้มีอิทธิพล กฎหมายเข้าไม่ค่อยถึง ปัญหาทุกสิ่งแก้ได้ด้วยลูกปืน โดยมีผู้ทรงอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มเจ้าแม่เขาหินซ้อน กลุ่มเจ้าพ่อพุทธ และ แดง โคกปีบ ทั้ง 3 กลุ่มทำธุรกิจเดียวกันคือรับเหมาถมที่ ส่วนความร่ำรวยของแต่ละกลุ่มว่ากันว่าเกี่ยวข้องกับวงการค้าอาวุธ รวมไปถึงสินค้าที่ลักลอบนำเข้าจากฝั่งกัมพูชา

 ประมาณปี 2526 "แดง" เข้าไปทำธุรกิจนายหน้าส่งคนงานไปต่างประเทศในแถบตะวันออกกลาง และเข้าไปพัวพันกับคดียักยอกเงินค่าจ้างส่งคนงานไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่จะเข้ามอบตัวต่อสู้คดีอยู่ 3 เดือนก็ได้รับอิสรภาพ

 3 ปีหลังจากนั้น แดงผันตัวเองเข้าสู่เวทีการเมือง ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการวัดรอยเท้านักการเมืองท้องถิ่น อย่างเจ้าพ่อพุทธ ที่โด่งดังในยุคนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

 การแข่งขันอันดุเดือด ทำให้ "แดง" ตัดสินใจเข้าร่วมกับเจ้าแม่เขาหินซ้อน ที่เป็นอริทางธุรกิจที่ดินกับเจ้าพ่อพุทธมาก่อน และมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับบุตรชายเจ้าแม่เขาหินซ้อน ซึ่งเป็นตำรวจอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นคนที่ใจถึงและรักพวกพ้อง

 ในช่วงเวลานี้ "แดง" มีชื่อเข้าไปพัวพันกับคดีรับจ้างฆ่าหลายคดี ซึ่งแต่ละคดีล้วนแล้วแต่อุกฉกรรจ์ทั้งสิ้น จนชื่อของเขาปรากฏอยู่ในบัญชีดำของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2

 ขณะที่สงครามล้างตระกูลระหว่างเจ้าแม่เขาหินซ้อนกับเจ้าพ่อพุทธ ระอุขึ้นทุกวัน บรรดามือปืนและสมาชิกคนในครอบครัวของสองตระกูลล้มหายตายจากไปราวกับใบไม้ ร่วงและหนึ่งในนั้นก็คือ เจ้าพ่อพุทธ อริทางการเมืองของ "แดง โคกปีบ" รวมอยู่ด้วย

 ทายาทของเจ้าพ่อพุทธ เดินหน้าชำระแค้นให้บิดา โดยเป้าสังหารคือ คนในตระกูลเจ้าแม่เขาหินซ้อน และ "แดง โคกปีบ" ซึ่ง "แดง" ถูกอริยิงจนข้อศอกขวาบิดเบี้ยวใช้งานได้ไม่ดี ขณะที่กะโหลกศีรษะก็มีเม็ดตะกั่วฝังอยู่ แต่เขาก็ยื้อชีวิตหลุดรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ทุกครั้ง

 ความแค้นระหว่าง "แดง" กับทายาทเจ้าพ่อพุทธ ปิดฉากลงด้วยความตายของคู่อริ โดยว่ากันว่าทายาทเจ้าพ่อพุทธตายเพราะคนใกล้ชิดของ "แดง โคกปีบ" นั่นเอง

 หลังอริสิ้นชื่อ  "แดง โคกปีบ" ได้รับเลือกเป็น ส.จ.ปราจีนบุรี แต่ก็ต้องย้ายออกจากบ้านพักหลังเดิมที่ ต.โคกปีบ เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะขยับขยายไปกว้านซื้อที่ดินใน อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เพื่อทำไร่มะขาม แล้วขยับขยายไปเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินและค้าไม้ สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี ที่ทำมาหากินอยู่ก่อน

 16 ตุลาคม 2538 หลังจากแดงเข้าไปทำมาหากินใน จ.กาญจนบุรี ยังไม่นานนัก รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ของ "แดง โคกปีบ" ถูกทีมสังหารใช้เอ็ม 16 และจรวดอาร์พีจี ยิงถล่มเสียหาย โชคดีที่วันนั้น "แดง" ไม่ได้อยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว แต่ก็มีลูกน้องคนสนิทเสียชีวิตไป 2 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 2 โดย "แดง" ประกาศจะล้างแค้นให้สาสม แต่ไม่ทันลงมือก็ถูกสังหารเสียก่อน

 จุดจบของ "แดง โคกปีบ" เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 5 กันยายน 2539 ขณะ "แดง" กำลังขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ทะเบียน 2ฐ 7366 กรุงเทพมหานคร ออกจาก "ไร่สุดแดนสยามฟาร์ม" ใน อ.ด่านมะขามเตี้ย เพื่อไปทำธุระที่บ้านห้วยน้ำขาว หมู่ 10 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมี นางสุภาพร ซุงเค้า ภรรยา นั่งเคียงข้าง แต่ไม่ถึงที่หมายเพราะถูก 4 มือปืนที่ใช้รถกระบะมิตซูบิชิป้ายแดงดักยิงถล่มด้วยปืนเอ็ม 16 ขณะรถของเขาวิ่งผ่านสี่แยกลำทราย ถนนสายบ้านเก่า-ชายแดนไทยพม่า

 "แดง" พรุนไปทั้งร่าง เสียชีวิตคาที่ ขณะที่ภรรยาบาดเจ็บสาหัส

 หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ไพบูลย์ สิงหวณิช รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี (ตำแหน่งในขณะนั้น) ระดมกำลังออกไล่ล่าคนร้ายด้วยตัวเอง แต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้เป็นเวลากว่า 12 ปี ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ โดยในทางสืบสวนตำรวจเชื่อว่าคำสั่งฆ่ามาจากผู้กว้างขวางในวงการค้าไม้ซึ่ง ไม่พอใจที่นักเลงต่างถิ่นลูบคม

 ระยะแรกบุตรชายและญาติของ "แดง โคกปีบ" คิดที่จะล้างแค้นให้เขาเช่นกัน แต่ทำไม่ได้เนื่องจากคู่อริมีอดีตบิ๊กทหารผู้กว้างขวางรวมอยู่ด้วย จึงทำได้เพียงหันหลังให้ความแค้น แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเลี้ยงชีวิตและครอบครัว ปัจจุบันบุตรชายของแดงและสมาชิกครอบครัวส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอยู่ใน กทม. โดยเฉพาะในย่านประตูน้ำ

 ก้าวย่าง "แดง โคกปีบ"

 อดีตมือปืนซุ้มปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบันหันหลังให้แก่ยุทธจักรสีเลือด ใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป เล่าว่าในยุค 2520 ไล่มาจนถึง 2539 ในทำเนียบมือปืนชั้นนำของประเทศไทย มี 2 ซุ้มใหญ่ที่ได้รับการยอมรับว่า ใบสั่งตายทุกใบที่มือปืน 2 ซุ้มนี้ตกลงรับงาน จะถูกปิดบัญชีอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วคือ ซุ้มปราจีนบุรี ที่นักฆ่าหลายคนอาศัยร่มเงาของ "แดง โคกปีบ" และซุ้มเมืองเพชร นำโดย "แจ๊ค เพชรบุรี"

 ในวงการรู้กันดีหากเหยื่อถูกสังหารด้วยปืนพกสั้นขนาด 11 มม. หรือเอ็ม 16 สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นฝีมือของยมทูตค่าย "แจ๊ค เพชรบุรี" แต่หากเหยื่อถูกถล่มด้วยปืนอาก้า หรือระเบิด ร้อยทั้งร้อยเป็นฝีมือของซุ้มปราจีนบุรี

 สมัยที่ "แดง" เรืองอำนาจ เขามีคู่หูเปรียบเสมือนเงาตามตัวคือ "ไผ่ ชะเลือด" ซึ่งฝีมือสังหารเหยื่อฉกาจฉกรรจ์ กระทั่งยุค รสช.เรืองอำนาจ มีนโยบายกวาดล้างมือปืนและกลุ่มผู้มีอิทธิพล บรรดามือปืนและผู้กว้างขวางถูกปิดบัญชีไปจำนวนมาก ที่หลงเหลืออยู่ก็ต้องเข้าไปซุกปีกบรรดานักการเมือง หรือไม่ก็ล้างมือไปจากวงการ

 "ซุ้มของแดงส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่ที่ อ.ปลวกแดง อ.แหลมสิงห์ หรือไม่ก็ไปอยู่กับ "ซุ้มบ้านใหญ่" และนักการเมืองตระกูลดังภาคตะวันออก บางรายล้างมือจากวงการไปซุกตัวทำไร่ทำสวนอยู่อย่างเงียบๆ ใน จ.เพชรบูรณ์" อดีตมือปืนผู้ใกล้ชิด แดง โคกปีบ กล่าว

 เขาบอกด้วยว่า หลังจาก "แดง โคกปีบ" ถูกยิงตาย ผู้ที่ขึ้นมาแทนคือ "หมู อาก้า" หรือนายประสงค์ เสียงจันทร์ ผู้ต้องหาในคดีระเบิดฆ่านางปัทมา เฟื่องประยูร และสังหารนายโชคชัย สินธิทรัพย์ หรือ ต้อย นาทีทอง เซียนม้าคนดังแห่งนครราชสีมา





ขอบคุณค่ะพี่สม

แต่ว่างๆ แล้วหนูจะอ่านน่ะค่ะ ยาวจังค่ะ...... _26 _26
Logged

สม
ซามูไร
sho
*
Offline Offline

Posts: 6,354



« Reply #4 on: November 08, 2008, 01:18:36 PM »

อ่านประดับความรู้ครับ
หนุกดี

พลิกแฟ้ม : อาณาจักร "บังรอน" ล่มสลาย


ชุมชนอิสลามเล็กๆ ท้ายซอยวารี 11 หรือซอยนาตับ แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม. อันเงียบสงบโอบล้อมด้วยท้องทุ่งนาเขียวขจี ตัดกับหลังคาสีเลือดหมูของบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่

จนดูขัดแย้งกับ สิ่งแวดล้อมรอบชุมชนมุสลิม คือ สถานที่ควบคุมตัวระหว่างตรวจพิสูจน์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ "บ้านหนองจอก" ซึ่งใช้เป็นที่ควบคุมตัวผู้ทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ บก.น.3

 "นั่นเป็นบ้านของบังรอน" หญิงชราวัย 80 ปี รูปร่างเล็ก หูตึง เฉลยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและเล่าให้ฟังว่า เธอย้ายมาอยู่ข้างๆ บ้านบังรอนก่อนเกิดเหตุไม่นาน และเคยเห็นหน้าบังรอนแค่ครั้งเดียวเท่านั้น


 เมื่อ 10 ปีก่อน...บ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ที่อยู่ห่างจากถนนไปราว 50 เมตร ถูกดัดแปลงให้เป็นอาคารขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยรั้วลวดหนามแน่นหนา เคยเป็นพื้นที่ปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างตำรวจและนักค้ายาเสพติดหมายเลข 1 ของไทย นั่นคือ "สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

 "ตอนนั้นฉันอยู่บนบ้าน ได้ยินเสียงปืนเปรี้ยงๆ ฉันกลัวมาก ลูกต้องพามาหลบอยู่ใต้ถุน กลัวคนจะเข้ามาหลบที่บ้าน กลัวจนจะเป็นลม วันนั้นตำรวจมากันเต็มเลย" หญิงชราย้อนความทรงจำ

 คืนนั้นของหญิงชราเกิดขึ้นราวๆ 2 ทุ่ม วันที่ 14 ตุลาคม 2541 ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.น.3 ตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติดตามคำสั่งของ พ.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผกก.สส.น.3 (ขณะนั้น) มีรถกระบะมาสด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน 2ท 5643 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมาจึงเรียกตรวจค้นตามปกติ แต่รถคันดังกล่าวกลับจอดห่างจากด่านตรวจไกลออกไป แล้วชายที่นั่งคู่กับคนขับก็เปิดประตูออกมาชักปืนพกยิงใส่ตำรวจ 2 นัด ก่อนที่คนในรถทั้งหมดจะวิ่งไปซ่อนตัวอยู่ในเล้าไก่ จังหวะเดียวกันก็มีเสียงปืนเอ็ม 16 ดังรัวออกมาจากบ้านตรงข้ามที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่


 วินาที นั้น...สมรภูมิรบย่อมๆ ก็เกิดขึ้น เสียงกัมปนาทของระเบิดเอ็ม 26 ดังสนั่นติดต่อกัน 2 ครั้งซ้อนบริเวณรถสายตรวจ เจ้าหน้าที่ซึ่งประจำอยู่ 3 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส มีชาวบ้านถูกลูกหลงอีก 2 คน ฉากการสู้รบเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานกินเวลายืดเยื้อกว่า 5 ชั่วโมงจึงสิ้นสุดลงด้วยเสียงปืนอีก 5 นัดสุดท้าย เป็นเสมือนสัญญาณให้ "ถอย" !!!

 ความมืดที่ปกคลุมทั่วทุ่งหนองจอกทำให้ตำรวจไม่กล้าผลีผลามเข้าไป พ.ต.อ.สุชาติ จึงประสานขอสุนัขตำรวจมาสมทบ 2 ตัว เป็นจังหวะเดียวกับที่ชาวบ้านเห็นคนร้ายวิ่งฝ่าวงล้อมตำรวจหลบหนีออกจากซอย ได้ 1-2 คน หนึ่งในนั้นมีบังรอนรวมอยู่ด้วย

 เหตุปะทะเดือดค่ำคืนนั้นมีผู้ร้ายเสียชีวิต 1 ราย สามารถจับเป็นได้ 3 ราย เมื่อตรวจค้นภายในโรงเลี้ยงไก่ของบ้านไม้สักหลังงามของบังรอนพบยาบ้า 778,000 เม็ด มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ในหลุมที่โบกปูนปิดมิดชิดทับด้วยกรงลูกหมีควาย นอกจากนี้ ยังพบเงินสด 272,430 บาท พร้อมอาวุธสงคราม เช่น ปืนเอ็ม 16 ปืน .38 ปืน .22 กล่องระเบิดสังหารเอ็ม 26 จำนวน 2 กล่อง รถแท็กซี่ 1 ม 3521 กรุงเทพมหานคร บัญชีซื้อขายยาบ้าจำนวนหนึ่ง อายัดตู้เซฟลีโก้สีน้ำตาลบรรจุธนบัตรชนิดต่างๆ มูลค่า 1,371,610 บาท บ้านไม้สักหลังงามมูลค่า 10 ล้านบาท เรือยอชท์ลำหรู ฯลฯ

 ผ่านมาแล้ว 10 ปี จากจุดเริ่มต้นที่ซอยนาตับ บังรอนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปหลบซ่อนที่บ้าน "บรรเจิด ธีระเวทย์" ที่บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนจะขึ้นเหนือไปหา "อรพิน สีปัน" ที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อให้พาไปหาสามีของเธอ ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทหงษ์ปัง ของว้าแดง ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า

 "หากบังรอนยังอยู่ในประเทศไทย โอกาสจับกุมได้มีสูง เพราะเป็นผู้ต้องหาคดีสำคัญมีค่าหัว 1 ล้านบาท แต่ตามแนวทางการสืบสวนยืนยันได้ว่า บังรอนไม่ได้อยู่ในประเทศไทย" พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส.บอกพร้อมกับอธิบายว่า ถ้าประเทศที่หลบหนีไปไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ไม่สามารถเข้าไปจับ กุมได้ หากมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยมีอัยการเป็นเจ้าพนักงานทำคำร้องขอให้ประเทศนั้นๆ ส่งตัวผู้ร้ายกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

 ส่วนการจะล่วงรู้ถึงพิกัดที่แน่นอนของบังรอนยังคงเป็นเรื่องเกิน ความสามารถ แม้ว่าที่ผ่านมาจะเคยมีผู้พบเห็นเขาปรากฏตัวในที่ต่างๆ บ้างก็ว่าบังรอนแปลงโฉมไปแล้ว บ้างก็ว่าตายไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ บช.ปส.และ ป.ป.ส.นิ่งนอนใจ มีการประสานกับหน่วยงานด้านยาเสพติดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยการประชุมร่วมกันปีละครั้ง เพื่อกดดันให้แต่ละประเทศส่งนักค้ายาเสพติดกลับประเทศของตัวเอง

 "ยาเสพติดเป็นเรื่องของโกลบอล ไครม์ (Global Crime) เป็นอาชญากรรมโลกาภิวัตน์ ไม่ใช่เรื่องภายในประเทศ ต้องมองแบบโกลบอลวิว (Global View) ด้วย"

 "นี่ประกาศจับบังรอนทำร่วมกับ ป.ป.ส. ติดประกาศไว้ตามชายแดน" พล.ต.ท.วุฒิ โชว์ประกาศจับบังรอนฉบับภาษาพม่า

 การตามล่า "บังรอน" ก็เหมือนภาพยนตร์เรื่องราวที่ไม่มีตอนจบ ทว่า พล.ต.ท.วุฒิ เชื่อว่าความตายของยาเสพติดไม่ใช่เกิดจากตัวผู้ต้องหา แต่หมายถึงทรัพย์สินของเขาต่างหาก ตอนนี้ทรัพย์สมบัติของบังรอนถูกยึดไว้หมด เขาจึงเหลือเพียงแค่ตัวที่ยังคงหลบซ่อนอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง

ฉากการไล่ล่า

 - 14 ตุลาคม 2541 ตำรวจบุกเข้าจับกุมและไล่ล่าบังรอนไปถึงพัทยา แต่ไหวตัวหลบหนีได้ทัน ก่อนเดินทางขึ้นเหนือ

 - ปลายเดือนตุลาคม 2541 มีรายงานข่าวว่าบังรอนหลบไปกบดานอยู่ใน จ.เชียงใหม่ เมื่อชุดสืบสวนตามขึ้นไปกลับคลาดกัน

 - พบข้อมูลราชายาเสพติดขึ้นเครื่องบินจากเชียงใหม่ไปเชียงราย แล้วนั่งรถต่อไป อ.แม่สาย และหายตัวเข้าไปใน จ.ท่าขี้เหล็ก ฝั่งพม่า จากนั้นร่องรอยก็หายไป

 - ตำรวจใช้เวลาหลายเดือนตามรอย พร้อมส่งสายเข้าไปในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็คว้าน้ำเหลว

 - กระทั่งปี 2543-2544 ได้รับข่าวความเคลื่อนไหวอีกครั้งว่าญาติของนักค้ายาชื่อ "ตุ๊ก" เดินทางเข้าไปเยี่ยม ใช้เวลาเดินทาง 1 วัน โดยทีมคุ้มกันที่นำพาเข้าไปใช้ผ้าปิดตาตลอด ป้องกันการแกะรอยในภายหลัง

 - ต่อมาตำรวจพยายามสอบปากคำญาติพี่น้องโดยเฉพาะ "ตุ๊ก" แต่ทุกคนปิดปากบอกเพียงว่า เมียของบังรอนบ่นอยากกลับบ้าน เพราะอยู่ประเทศเพื่อนบ้านลำบาก

 - 1 ปีให้หลังมีข่าวราชายาเสพติดปรากฏอีกครั้ง โดยสายรายงานว่าเขาแอบกลับเข้าประเทศไทย และไปเยี่ยมญาติพี่น้องย่านหนองจอก แต่ไม่มีพยานพบเห็นตัว

 - ต่อมาเกิดข่าวที่ทำให้ตำรวจไทยตื่นเต้น เมื่อมีรายงานว่าบังรอนทำศัลยกรรมแปลงโฉมหน้าแล้ว แต่ไม่มีใครยืนยันอีกเช่นกัน

 - จากนั้นร่องรอยของบังรอนก็เงียบหาย หลายปีที่ผ่านมามีแต่เสียงลือว่าเขา "ตายแล้ว" แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ โดยมั่นใจว่านักค้ายาเสพติดเบอร์ 1 ของเมืองไทยปล่อยข่าวและยังคงกบดานอยู่ในพม่า กัมพูชา หรือลาว ที่ใดที่หนึ่ง !

 "MOST WANTED"

 ชายใบหน้ารูปไข่ ตาสองชั้น จมูกโด่ง ผมรองทรง หูกาง มีไฝที่คอข้างขวา ผิวดำแดง สูงราว 170 เซนติเมตร คือ ภาพใบหน้าของ "สุรชัย เงินทองฟู" หรือบังรอน วัย 49 ปี เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ที่ บช.ปส.และ ป.ป.ส.ต้องการตัวมากที่สุด

 พื้นเพบังรอนเป็นคนหนองจอก กทม. นับถือศาสนาอิสลาม ตอนเด็กมีฐานะยากจน ต้องช่วยพ่อแม่ทำนามาตั้งแต่เด็ก จนอายุ 20 ปีจึงมาขับรถเมล์สาย 26 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-มีนบุรี ทำอยู่ได้ไม่กี่ปีก็หันมาขับรถแท็กซี่และอยู่กินกับ "นิตยา โพธิ์คำ" จากนั้นชีวิตหันเหให้มาค้าวัวและค้าไม้ จนรู้จักกับเครือข่ายแก๊งค้ายาบ้าและเข้าร่วมขบวนการ

 เริ่มแรกเขาเป็นเพียงผู้ซื้อรายย่อยที่รู้จักผู้มีอิทธิพลในหลาย จังหวัด กระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ ดูแลธุรกิจค้ายาบ้าครอบคลุมพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ฉะเชิงเทรา ส่งผลให้กิจการค้ายาบ้าเติบโตเรื่อยมาร่วม 7 ปี ก่อนจะถูกตำรวจทลายอาณาจักรเมื่อ 10 ปีก่อน
Logged

สม
ซามูไร
sho
*
Offline Offline

Posts: 6,354



« Reply #5 on: November 08, 2008, 01:31:10 PM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !
Logged

Mark V9
sho
*
Offline Offline

Posts: 9,249


+ + + It's aLRight + + +


« Reply #6 on: November 10, 2008, 10:02:53 AM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

เปิดแฟ้มคดีใหม่ "มาร์ค บีบโคก"  _47
Logged

ป้านนนี่
ซามูไร
sho
*
Offline Offline

Posts: 11,601


การเป็นผู้ดีไม่ใช่อยู่ที่คำพูดแต่อยู่ที่การกระทำ


« Reply #7 on: November 10, 2008, 10:06:31 AM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

ตกลงบังรอน เค้าเสียชีวิตหรือยัง หรือว่าทำศัลยกรรม เปลี่ยนหน้าไปแล้ว แล้วบังแระ (บังเละ) ใครหงะ คนเดียวกันหรือป่าว
Logged

สม
ซามูไร
sho
*
Offline Offline

Posts: 6,354



« Reply #8 on: November 10, 2008, 10:08:53 AM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

ตกลงบังรอน เค้าเสียชีวิตหรือยัง หรือว่าทำศัลยกรรม เปลี่ยนหน้าไปแล้ว แล้วบังแระ (บังเละ) ใครหงะ คนเดียวกันหรือป่าว

ได้ข่าวว่าอยู่พม่า ไม่รู้จริงเท็จอย่างไร
Logged

Mark V9
sho
*
Offline Offline

Posts: 9,249


+ + + It's aLRight + + +


« Reply #9 on: November 10, 2008, 10:18:46 AM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

ตกลงบังรอน เค้าเสียชีวิตหรือยัง หรือว่าทำศัลยกรรม เปลี่ยนหน้าไปแล้ว แล้วบังแระ (บังเละ) ใครหงะ คนเดียวกันหรือป่าว


ทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าและเปลี่ยนชื่อ และกบดานอยู่ในเซฟเฮ้าท์ครับ


* นันนี่....jpg (140.06 KB, 750x563 - viewed 151 times.)
Logged

ป้านนนี่
ซามูไร
sho
*
Offline Offline

Posts: 11,601


การเป็นผู้ดีไม่ใช่อยู่ที่คำพูดแต่อยู่ที่การกระทำ


« Reply #10 on: November 10, 2008, 10:30:41 AM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

ตกลงบังรอน เค้าเสียชีวิตหรือยัง หรือว่าทำศัลยกรรม เปลี่ยนหน้าไปแล้ว แล้วบังแระ (บังเละ) ใครหงะ คนเดียวกันหรือป่าว


ทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าและเปลี่ยนชื่อ และกบดานอยู่ในเซฟเฮ้าท์ครับ

เอ๊ะ เค้าเอาหน้าใครเป็นต้นแบบเนี๊ย คุ้นๆ แต่นึกไม่ออก
Logged

Mark V9
sho
*
Offline Offline

Posts: 9,249


+ + + It's aLRight + + +


« Reply #11 on: November 10, 2008, 10:41:51 AM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

ตกลงบังรอน เค้าเสียชีวิตหรือยัง หรือว่าทำศัลยกรรม เปลี่ยนหน้าไปแล้ว แล้วบังแระ (บังเละ) ใครหงะ คนเดียวกันหรือป่าว


ทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าและเปลี่ยนชื่อ และกบดานอยู่ในเซฟเฮ้าท์ครับ

เอ๊ะ เค้าเอาหน้าใครเป็นต้นแบบเนี๊ย คุ้นๆ แต่นึกไม่ออก

อย่านึกถึงหน้าคนอื่นเลยครับ นึกถึงหน้าผม นนนี่ก็มีความสุขแระ เชื่อดิ  _54
Logged

สม
ซามูไร
sho
*
Offline Offline

Posts: 6,354



« Reply #12 on: November 10, 2008, 10:44:20 AM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

ตกลงบังรอน เค้าเสียชีวิตหรือยัง หรือว่าทำศัลยกรรม เปลี่ยนหน้าไปแล้ว แล้วบังแระ (บังเละ) ใครหงะ คนเดียวกันหรือป่าว


ทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าและเปลี่ยนชื่อ และกบดานอยู่ในเซฟเฮ้าท์ครับ

เอ๊ะ เค้าเอาหน้าใครเป็นต้นแบบเนี๊ย คุ้นๆ แต่นึกไม่ออก

อย่านึกถึงหน้าคนอื่นเลยครับ นึกถึงหน้าผม นนนี่ก็มีความสุขแระ เชื่อดิ  _54
มานั่งรอดูมาร์คโดน......... _19
Logged

Mark V9
sho
*
Offline Offline

Posts: 9,249


+ + + It's aLRight + + +


« Reply #13 on: November 10, 2008, 10:46:12 AM »

เผื่อมาร์ค จะหาลำไพ่

"สุรชัย เงินทองฟู" หรือ "บังรอน" ราชายาเสพติดที่ถูกตั้งค่าหัวแพงสุดในเวลานี้ถึง 1 ล้านบาท !

ตกลงบังรอน เค้าเสียชีวิตหรือยัง หรือว่าทำศัลยกรรม เปลี่ยนหน้าไปแล้ว แล้วบังแระ (บังเละ) ใครหงะ คนเดียวกันหรือป่าว


ทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าและเปลี่ยนชื่อ และกบดานอยู่ในเซฟเฮ้าท์ครับ

เอ๊ะ เค้าเอาหน้าใครเป็นต้นแบบเนี๊ย คุ้นๆ แต่นึกไม่ออก

อย่านึกถึงหน้าคนอื่นเลยครับ นึกถึงหน้าผม นนนี่ก็มีความสุขแระ เชื่อดิ  _54
มานั่งรอดูมาร์คโดน......... _19

นอนรอก็ด้ะพี่ นั่งนานเดี๋ยวเส้นยึด  _51
Logged

Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Page created in 0.166 seconds with 22 queries.